[TechSauce] คุยกับ Siam Outlet ธุรกิจแนวใหม่ที่เรียกว่า Co-Warehousing Space

 

photo-feb-11-4-54-06-pm-1024x768

e-commerce คือ ธุรกิจที่เป็นที่จับตามองมากๆ เพราะด้วยพฤติกรรมของคนไทยที่หันมาซื้อสินค้าบนออนไลน์และโมบายล์มากขึ้น สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้การทำ e-commerce มีประสิทธิภาพก็คือ เรื่องของ Logistic หรือการขนส่ง วันนี้เรามีโอกาสพูดคุยกับ 1 Startup ที่มาจับเรื่องนี้ทำธุรกิจในรูปแบบของการขนส่งแต่ทำแบบครบเครื่องเพื่อให้ ecosystem ครบมากขึ้นในชื่อ Siam Outlet

วันนี้เรามาพูดคุยกับ 2 co-founder คุณน้ำฝน ชญาภัค สหัชอติเรกลาภ และคุณน็อต ชนะชัย พฤกษชัต ผู้ที่ทำ Siam Outlet – Startup concept แปลกใหม่ด้วยการใช้หลักการของ Co-Warehousing Space ซึ่งปกติเราจะคุ้นเคยกับ Co-Working Space กัน มาดูกันดีกว่าว่าธุรกิจของ Siam Outlet เป็นอย่างไรกันแน่

Siam Outlet คืออะไรครับ?

คุณฝน – Siam Outlet คือ Co-Warehousing Space แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  • เราแบ่งพื้นที่โกดังเก็บสินค้าให้ร้านค้าออนไลน์มาใช้กับเราให้เกิด Cost Sharing ระหว่างร้านค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่เดียวกันตรงนี้
  • เรา Co กับ Warehouse ที่อื่นๆ ให้มาเป็นแฟรนไชนส์ ช่วยเอา Order ของร้านค้าออนไลน์ที่เป็นลูกค้าเรา ไปบริหารจัดการตามมาตราฐานของ Siam Outlet

ใช้รูปแบบคล้ายกับการเปิดโรงแรมแบบ Hotel Chained นั่นคือ เจ้าของโรงแรม มีที่ดิน มีตึก ส่วนตัวเจ้าของ Chain ต้องเข้าไปช่วยดู เรื่องของคน เรื่องวัฒนธรรม เรื่องการเงิน และอื่นๆ อีก ไม่ใช่แค่เอาแบรนด์ไปใส่ไว้เป็นชื่อเท่านั้น ในทางเดียวกัน Siam Outlet จะได้รายได้เป็นค่า Management Fee และ Incentive เมื่อทำได้ถึงเป้า ซึ่งกลุ่มเจ้าของ Warehouse ที่เป็น Target ของเราคือกลุ่มที่มีโกดัง แต่ไม่รู้จะเอาโกดังไปทำอะไร

คุณน็อต – ขอเสริมในส่วน Values ของ Siam Outlet จริงๆ เราช่วยร้านค้าออนไลน์ได้ตั้งแต่ การเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน และมีคอมมูนิตี้ร้านค้าออนไลน์ สำหรับร้านค้าที่เข้ามาใช้บริการของเรา เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนคู่คิดร้านค้าออนไลน์ก็ว่าได้ครับ

img_4493

คือเราไม่ได้บังคับว่าจะต้องเอาพื้นที่โกดังที่มีมาทำทั้งหมด แบ่งบางส่วนมาทำก็ได้ใช่หรือเปล่า?

คุณฝน – ใช่ค่ะ

แล้วทำไมถึงหันมาสนใจด้าน Logistic เราเห็นการเติบโตของตลาดในประเทศไทยด้วยหรือเปล่า?

คุณฝน – ฝนมีประสบการณ์ทำงานด้านบริการมาโดยตลอด อยู่ในวงการออแกนไนซ์เซอร์กว่า 15 ปี เลยมองว่าการทำเรื่องการบริการ พวกการลงรายละเอียดน่าจะถนัดที่สุด แล้วเราก็มาดูต่ออีกว่าตลาดอะไรที่น่าจะ Match กับเรา ก็เลยมาเจอว่า e-commerce เมืองไทยมันโตและน่าสนใจ

คุณน็อต – ตอบแบบง่ายๆ เลยคือ ผมขายของออนไลน์อยู่แล้ว ผมไม่ได้แค่เห็นการเติบโตมันจากตัวเลข ผมได้คลุกคลีอยู่กับมันตั้งแต่เริ่มต้นของกระบวนการขายของออนไลน์ยันส่งมอบถึงมือลูกค้า นอกจากนี้ Service ต่างๆ ที่ Siam Outlet มี มันแก้ปัญหาของร้านค้าออนไลน์ได้จริงๆ เพราะบริการที่คิดมา ถูกพัฒนามาจากความต้องการของร้านสมหมายขายกางเกงเอง และจากการเก็บข้อมูลในคอมมูนิตี้ร้านค้าออนไลน์ที่เราสร้างขึ้นมา

ถ้าพูดถึงเชิงตัวเลขเรามองว่ายุคนี้เป็นยุคของ Casual Commerce ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าผ่าน Facebook, Instagram และ LINE ซึ่งเม็ดเงินในกลุ่มตลาดนี้มันมีปริมาณสูงมากๆ หลักแสนล้าน ก็เลยเป็นที่มาทำให้เราเห็นว่าตลาดนี้มีศักยภาพ และเราน่าจะทำในส่วน Service เขาได้ ซึ่งเราก็พยายามไปศึกษาบริการในต่างประเทศว่าเขาทำอะไร อย่างไรบ้าง เพราะถ้าพูดถึงเรื่องธุรกิจแบบ Siam Outlet สำหรับร้านค้าออนไลน์ ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เราเลยต้องใช้ความพยายามในการสื่อสารถึงร้านค้าออนไลน์ว่ามันมีบริการแบบนี้อยู่ และสามารถช่วยเหลือเขาได้จริงๆ

ตั้งแต่เริ่มคิดที่จะทำ Siam Outlet จนถึงตอนนี้เป็นเวลากี่ปีแล้ว?

คุณฝน – เกือบ 2 ปีค่ะ

เราเห็นว่าธุรกิจ Logistic ในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีเยอะขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน ทั้งที่เป็นไทย 100% และเมืองนอกที่เข้ามาสู่ที่นี่ก็มากหน้าขึ้น แล้วอย่าง Siam Outlet เองมีจุดแข็งที่จะเอามาแข่งกับคู่แข่งในตลาดได้บ้าง?

คุณฝน – Customer Service ค่ะ เราคุยกับลูกค้าเป็นเหมือนเพื่อน ไม่อยากใช้บริการไม่ว่า มีอะไรปรึกษาเราได้ เราพร้อมให้คำแนะนำ อย่างน็อตเองทำร้านออนไลน์มาก่อนจึงมีความเข้าใจในร้านค้าออนไลน์ด้วยกันเอง ซึ่งจุดนี้ทำให้ลูกค้าติดเขาเยอะมาก เพราะนอกจากการแก้ปัญหาให้แล้ว เราก็ยังได้รับ Feedback หรือประสบการณ์การใช้งานจากผู้ใช้โดยตรงที่เขาจะแชร์มาให้เรา ไม่ว่าจะเป็นของเราเอง หรือเป็นเจ้าอื่นๆ เรามองว่า Customer Service มันไม่ใช่แค่แผนกนึง แต่เราอยากให้มันเป็นหน้าที่ของคนทุกแผนกที่อยู่ในองค์กร

คุณน็อต – เรามีความเข้าใจในตัวพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ครับ มีลักษณะของการบริการและการทำงานที่ถูกจริตกับร้านค้าออนไลน์ ทั้งยังมีระบบ Software บริหารจัดการหลังร้านที่ออกแบบมาให้เหมาะกับแต่ละประเภทร้านค้า ที่สำคัญทีมงานของเรามีความยืดหยุ่นสูงในการให้บริการแต่ละร้านค้า เพราะเรารู้ดีว่าความต้องการในแต่ละร้านค้ามีไม่เหมือนกัน

คุณฝน – เราพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาในทุกเรื่องจริงๆ ค่ะ อย่างเช่น มีร้านค้านึงที่ใช้บริการเรา สังเกตว่ามียอดออเดอร์ตกลงมากจนผิดสังเกต เมื่อเราได้สอบถามกับเจ้าของร้านก็พบว่าปัญหาคือ ไม่มีเวลาในการตอบลูกค้าและบริหารแฟนเพจ เราจึงนำทีมงานของเราเข้าไปช่วยเจ้าของร้านตั้งแต่โพสขายของ รับออเดอร์ลูกค้า จนถึงส่งสินค้า ซึ่งเราได้เปิดให้บริการนี้แก่ร้านค้าที่ใช้บริการของเราหลายร้านแล้ว และยังมีเคสแปลกๆอีกเยอะเลยค่ะ ที่เราได้เข้าไปช่วยร้านค้าออนไลน์ให้ชีวิตเขาดีขึ้น สามารถเพิ่มยอดขาย ช่วยลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันได้จริงๆค่ะ

แนวของ Siam Outlet เป็นธุรกิจ B2B หรือเป็น B2B2C ครับ?

คุณฝน – ตอนนี้เราเป็น B2B ที่มีเป้าหมายจะเป็น B2B2C โดยไปแตะกับผู้บริโภคโดยตรง เพื่อให้ร้านค้าออนไลน์ที่ใช้บริการเราได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งในแง่ของการทำ CRM ความรู้ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค และเพื่อกระตุ้นยอดขายให้แก่ร้านค้าได้ถูกทิศทาง

สำหรับ B2B ในปัจจุบัน เป็น B2B ที่ B ตัวหลังเขามีความรู้สึกว่าเป็น C ค่ะ เขารู้สึกว่าเขาเป็นลูกค้าคนหนึ่งที่เข้ามาใช้บริการ เขาไม่ได้รู้สึกว่าเขามาใช้บริษัทที่มาใช้บริการ ดังนั้นเวลาที่เราคุยกับเขาเราต้องทำ Marketing ให้เขารู้สึกว่าเขาเป็น Consumer ปกติ แต่จริงๆ แล้วทุกอย่างมันเป็น B ที่เป็น Business หมดเลย มันแอบมีข้อดีอย่างนึงคือ ปกติเราจะให้เครดิตในการจ่ายเงิน แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะทุกคนจ่ายเงินสดเดี๋ยวนั้นทันที ธุรกิจของเราแทบจะเป็นเงินสดหมดเลย เพราะพ่อค้าแม่ค้าเขาบอกเหมือนกันหมดว่า เขาไม่อยากติด เดี๋ยวลืม โอนให้เลยดีกว่า (หัวเราะ)

ประเภทของลูกค้าที่มาใช้บริการกับเรา เป็นลูกค้าออนไลน์ทั้งหมดเลยหรือเปล่า?

คุณน็อต – ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าออนไลน์ที่ขายของบนโซเชียลมีเดียเกือบทั้งหมด และตอนนี้เริ่มมีลูกค้าบางส่วนที่เป็น Corporate และเป็น Agency มาใช้บริการบ้างแล้ว

ลูกค้าที่มาใช้บริการ Siam Outlet ส่วนใหญ่มีลักษณะอย่างไร?

คุณฝน – ลูกค้าส่วนใหญ่จะทำควบ 2 อาชีพ นั่นคือทำงานประจำอยู่แล้วและขายของออนไลน์ไปด้วย พอขายเรื่อยๆ เริ่มขายดีแล้วก็แพ็คไม่ไหว ก็เลยมาให้เราช่วยดูแล มีธุรกิจเป็นของตัวเองได้ โดยไม่ต้องลาออกจากงานประจำ นอกจากนี้ มีร้านค้าที่ขยายตัวเร็วจนแพ็คไม่ทัน และมีบางร้านที่เจ้าของร้านไปอาศัยอยู่ต่างประเทศและส่งสินค้าเข้ามาขายในประเทศไทย

siam-outlet_016

ปัจจุบันพนักงานของ Siam Outlet มีอยู่กี่คน?

คุณฝน – พนักงานมี 7 คนค่ะ ส่วน Founder มี 3 รวมทั้งหมด 10 คนค่ะ

แผนที่เราวางไว้สำหรับปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

คุณฝน – ในไตรมาสแรกเราจะทำให้ทะลุ 5,000 orders ต่อเดือนให้ได้ โดยมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ภายในปีนี้เราจะทำยอดรวมได้ทั้งปีเกิน 110,000 orders ซึ่งหมายความว่าเราจะมีขยายตัวเกิน 25 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน เรามีแผนในการทำ Growth Hack เพื่อขยายตัว โดยเรามองหาคนที่มี Passion ที่เขามีที่เหลือแต่เขาไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เราก็เอามาช่วยขยาย เรามีทุกสิ่งทุกอย่างให้ ทั้งซอฟท์แวร์และ Know-How ของเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า Intelligence Fulfillment Platform ที่จะทำให้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกันและทำให้ตัว Siam Outlet โตขึ้นได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนั้นเรายังช่วยดูแลร้าน ตอบคำถาม คือทำตัวเป็น Admin ของร้านไปให้เลย และเรายังช่วยออกแบบการยิงโฆษณาให้เขาหมด เจ้าของร้านจริงๆ นั่งเฉยๆ หรือรอนับเงินได้เลย ทุกอย่างเราทำให้ ช่วยบริหารให้

คุณน็อต – นอกจากการขยายตัวโดยตรงแล้ว เรายังเชื่อในการสร้างความยั่งยืนของธุรกิจด้วย Community ของร้านค้าออนไลน์ด้วยกันเอง ที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ Siam Outlet เอง สามารถเข้าถึงและเข้าใจความเป็นร้านค้าออนไลน์ได้มากขึ้นอีกด้วย

เห็นการเติบโตที่น่าสนใจขนาดนี้ พร้อมจะไปต่างประเทศแล้วหรือยัง?

คุณน็อต – พร้อมแล้วในลักษณะที่ ตัวอยู่ต่างประเทศแล้วส่งของเข้ามาขายในไทย เรามี Solution ในการสนับสนุนส่วนนี้ มีลูกค้าแบบนี้แล้วจริงๆ อีกมุมคือ Business Model ของเราสามารถ Franchisee ไปต่างประเทศได้ ขอแง้มว่าตอนนี้กำลังทดลองโปรเจคที่ไปแตะกับนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวเมืองไทยอยู่ครับ

คุณฝน – จริงๆ มีคนติดต่อมาให้ไปต่างประเทศเยอะเหมือนกัน และทางน้องน็อตก็เคยบอกว่ามีความฝันอย่างหนึ่งคือ เค้าอยากไปคุยกับ Jack Ma ว่าเราทำธุรกิจแบบนี้ เราสามารถร่วมธุรกิจอะไรกับเขาได้บ้าง (หัวเราะ)

เหมือนว่าจะมองไปนอก SEA แล้วได้มองรอบๆ แถวนี้บ้างไหมครับ?

คุณฝน – เรามองก่อนอยู่แล้ว แต่ว่าเมื่อเราดู 2 ปัจจัยหลักที่เป็น Infrastructure สำหรับ e-commerce คือ Payment และการขนส่ง Logistic เราพบว่าประเทศรอบๆ เรายังไม่พร้อม ยังไม่โดนเติมเต็มสำหรับ 2 เรื่องนี้ เราเลยไม่สามารถไปทำอะไรได้มากในตอนนี้ สิ่งที่เราสามารถทำได้คือการทำ Knowhow Transfer ตอนนี้มีเริ่มเอา Knowhow ไปบ้างแล้วบางส่วนที่เมียนมาร์ แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ Growth ของเมียนมาร์สูงกว่าประเทศอื่นๆ มากใน 2 เรื่องที่บอกไปแล้ว

ขอย้อนกลับไปเรื่องคู่แข่งนิดนึงครับ ตอนนี้มีคู่แข่งโดยตรงกับทาง Siam Outlet จริงๆ กี่ราย?

คุณฝน – 8 รายเป็นคนไทยแทบทั้งหมด

คุณน็อต – แต่ก็จะต่างกันในแง่ของตลาด เล่นกันคนละตลาด มีทั้งจับตลาดแบบ Corporate แล้วก็จับตลาดพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งตลาดพ่อค้าแม่ค้าจะเยอะกว่า

คุณฝน – มีบางรายที่เพิ่งจะเปิดตัวไปก็มาคุยกับเรา เพราะในเบื้องต้นเรามีมุมมองใกล้เคียงกัน เราเลยมาจับมือเพื่อสร้างบริการที่ช่วยยกระดับ ecosystem ด้านนี้ของประเทศให้ดียิ่งขึ้น ค่ะ

Siam Outlet ทำ PR อย่างไรบ้าง?

คุณน็อต – เราเน้นไปที่ช่องทางออนไลน์ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของเราครับ เราลองมาหมดแทบทุกทาง จริงๆ เราสนใจ Instagram มากเพราะมันจะตรงกับกลุ่ม Target ของเราที่สุด ปรากฎว่าก็ไม่ได้เป็นไปตามคาด สุดท้ายการ Collaborate กันกับเพจดังๆ บน Facebook ดูแล้วได้ผลที่สุดเท่าที่เคยทำมา

มองการขยายทีมและการเพิ่มทุนอย่างไรบ้าง?

คุณฝน – ปัจจุบันเราได้รับ Grant เงินสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนาบริการของเราให้มีความเป็นนวัตกรรม เช่น ด้านกระบวนการและตัวระบบ ในขณะเดียวกัน เราตั้งเป้าว่าจะเพิ่มทุนภายในไตรมาสแรกของปีนี้ เพื่อนำเงินมาขยายทีมงานให้รองรับกับการเติบโตที่รวดเร็วของลูกค้า และ Co-Warehousing ที่ต้องการจะมาเป็นโกดังแฟรนไชนส์กับเราค่ะ

ที่มา: techsauce

ร่วมกันทำดีเพื่อพ่อ 9 ของหาซื้อยากน่าแบ่งปัน ช่วงแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

14590407_911245375676324_6214798885598960242_n

จากรายงานข่าวของ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ได้ส่งต่อข้อความของร้าน สมหมายขายกางเกง

น่าชื่นชม! ′ประชาชนจิตอาสา′ แจกเสื้อฟรีให้คนไม่มีเสื้อสีดำ ย่านบางรัก-หัวลำโพง

ทาง สยามเอาท์เลต อยากร่วมแบ่งปันกับประชาชนชาวไทย ผู้มีจิตใจดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทุกท่านมีสิ่งของอีกเป็นจำนวนมาก นอกเหนือไปจากอาหารและเครื่องอุปโภคบริโภค ที่ยังคงขาดแคลน ในช่วงแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

คุณสามารถนำสิ่งของดังกล่าวไปจ่ายแจกทั้งในส่วนของพื้นที่สนามหลวง, ต่างจังหวัด, ชุมทางขนส่ง เช่น หัวลำโพงและหมอชิต
หรือแม้แต่บริเวณชุมชมใกล้บ้านท่าน สิ่งของเหล่านี้ เป็นสิ่งของที่เราแนะนำให้ท่าน สามารถนำไปแจกเป็นทานให้กับผู้ยากไร้ที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทยเพื่อเป็นการร่วมกันทำดีเพื่อพ่อร่วมกันค่ะ

1. เสื้อดำ

ด้วยความต้องการที่สูง ทำให้ราคาเสื้อสีดำ (หรือขาว) ในปัจจุบัน สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้จะมีการทำออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ราคายังไม่มีวี่แววว่าจะถูกลง ทำให้ยังมีประชาชนบางส่วน ไม่สามารถซื้อหาเสื้อดำ ไม่ว่าจะเป็นแบบใดมาสวมใส่ได้

ปัญหานี้นำมาซึ่งดราม่าในอินเตอร์เน็ทถึงเรื่องการสวมชุดดำ ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยเพราะประชาชนบางส่วนไม่มีเงินที่จะซื้อใส่ได้ทุกวัน แม้จะมีความต้องการทำเช่นนั้นก็ตาม

หากมีโอกาส ไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อใหม่ อาจเป็นเสื้อดำที่คุณไม่สามารถสวมใส่ได้แล้ว เสื้อทุกตัวมีค่า ถ้าบริจาคได้ขอให้บริจาคนะคะ  เรารับรองว่าคุณจะได้เห็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้

{หลายท่านที่ได้เสื้อดำจากแอดมิน สวมใส่ด้วยความดีใจทันที เป็นภาพที่แอดมินเองจะไม่ลืมไปตลอดชีวิตค่ะ}

2. ริบบิ้นสีดำ และ ปลอกแขนสีดำ

คงเป็นไปได้ยากที่ประชาชนทุกคนจะสามารถใส่เสื้อผ้าสีดำทุกวัน เป็นเวลาติดต่อกันนานหนึ่งปี การติดริบบิ้นสีดำ และปลอกแขนสีดำ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม ราคาของริบบิ้นสีดำถีบตัวสูงขึ้นมาก อีกทั้งยังต้องอาศัยอุปกรณ์อื่นๆในการทำ เช่น กาวน้ำ, ด้าย, เข็มกลัด ทำให้ประชาชนทั่วไป ไม่สามารถจัดทำขึ้นมาได้เอง อีกทั้งยังต้องอาศัยทักษะทางการฝีมืออีกพอสมควรยิ่งทำให้ยากเข้าไปใหญ่

หากมีความสามารถ และเข้าถึงแหล่งริบบิ้นได้ ทำเลยค่ะ หรือถ้าไม่มีเวลาทำลองโพสท์ลงทางอินเตอร์เน็ท เราเชื่อว่าจะมีเพื่อนๆของคุณพร้อมอาสาตั้งใจทำร่วมกับคุณแน่นอน

ปลอกแขนสีดำเองเป็นที่ต้องการของเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในเครื่องแบบทุกท่านเช่นกันค่ะ อย่าได้ละเลยเจ้าหน้าที่เหล่านี้ ทุกท่านปฏิบัติงานด้วยความรักที่มีต่อในหลวง จะฝนตกแดดออก เจ้าหน้าที่ทุกท่านอดทน บริการประชาชนอย่างเรา

ผ่านไปที่สนามหลวง แค่คำว่า “ขอบคุณ” ก็มอบรอยยิ้มให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านได้แล้วค่ะ

3. ธนบัตร, เหรียญ, และสแตมป์

อาจจะเป็นของที่มีค่ามีราคามากขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวล ตีมูลค่าราคาไม่ได้เลยทางใจ

ปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้าบางราย นำธนบัตร, เหรียญ และสแตมปม์ที่ระลึกในหลวง นำมาขายโก่งราคา จนคนยากจนไม่มีสิทธิจับต้องเลยก็ว่าได้ แถมในบางกรณีอาจจะเจอ ธนบัตรปลอมอีกต่างหาก

หลายท่านคงมีเหรียญ หรือธนบัตร รัชกาลที่ 9 เก็บไว้ในโอกาสต่างๆจำนวนมาก เป็นโอกาสที่ดีแล้วที่ท่านจะได้แบ่งปันให้กับสังคม แม้แต่เหรียญสลึงยังมีคนอยากได้เพื่อเก็บสะสมไว้บูชา

มีมากอย่าเก็บไว้ชื่นชมคนเดียวค่ะ ลองจินตนาการถึงผู้รับจะดีใจขนาดไหนหากได้รับธนบัตรหรือเหรียญเก่าที่หาตามท้องตลาดไม่ได้แล้ว

ในส่วนของสแตมป์ก็เช่นกัน ปัจจุบันแทบไม่มีการใช้งานสแตมป์ให้เห็น ทำให้ราคาในแง่ของนักสะสมตกลงจากสมัยก่อนพอสมควร หากมีสแตมป์ในหลวงอยู่หลายชุด การนำสแตมป์ไปใส่กรอบและมอบให้ใครซักคนจะเป็นของขวัญที่ล้ำค่า สำหรับผู้รับอย่างประเมินค่าไม่ได้

4. รูปภาพ

เราไม่ได้พูดถึงแค่ รูปที่มีทุกบ้าน ที่ท่านสามารถนำมาแจกได้ (ท่านสามารถเดินไปที่หลังมหาวิทยาลัยศิลปากรมีน้องๆนั่งปรินท์แจกอยู่ค่ะ)
polaroid

แต่เรากำลังพูดถึงกิจกรรมของกลุ่มสายลม 009 นักถ่ายภาพโพลารอยด์ ที่ใช้เวลายามว่างมาที่สนามหลวง เพื่อถ่ายรูปให้กับคุณตาคุณยาย ที่แต่ละคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด และไม่ได้มีไอโฟนแบบใครเขา ได้มีรูปถ่ายของตัวเอง ในการเดินทางมาสนามหลวง ณ ยามนี้

เราขอคารวะทุกท่านเลยค่ะ เป็นการให้แบบง่ายๆที่เราเองก็คิดไม่ถึงใครมีกล้องโพลารอยด์ฟรุ้งฟริ้งอยู่ที่บ้าน รีบคว้ากล้องออกเดินทางเลยค่ะ

5.  อุปกรณ์ค้างแรม

เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก มาค้างแรมที่สนามหลวงเพื่อจะต่อคิว เข้าไปถวายความเคารพ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในบริเวณพระบรมมหาราชวังทำให้อีกสิ่งหนึ่งที่เรามักจะมองข้ามไปคือ อุปกรณ์ค้างแรมอย่างง่ายๆที่หาซื้อได้เลยง่ายๆคือ โลชั่นทากันยุง
แอดมินแนะนำให้แจกแบบซองค่ะ เพราะจะแจกจ่ายได้ทั่วถึงมากกว่า

มีทุนรอนมากกว่านั้น เราอาจจะแจกเสื่อ หรือผ้ารองพื้นปูนั่ง, ไฟฉาย, ผ้าห่ม (ใช้ต่อช่วงหน้าหนาวได้เลย) และอื่นๆ

หลายคนคงได้ไปสนามหลวงช่วงกลางคืนมาแล้ว ลองดูค่ะ ว่าพี่น้องชาวไทยขาดเหลืออะไร เอามาช่วยเหลือกัน ให้สว่างเหมือนกับแสงเทียนที่ถูกจุด ณ สนามหลวงยามค่ำคืนกันค่ะ

6. อุปกรณ์ทำความเย็น

นอกจากน้ำดื่มที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพอยู่ที่สนามหลวง (เราแนะนำให้นำแบบแก้วหรือขวดเล็กมาแจกค่ะ แบ่งปันได้ทั่วถึงกว่า)

ยังมีอุปกรณ์อื่นๆที่มีความจำเป็นที่ไม่ค่อยเห็นคนแจกอีก เช่น พัด, ผ้าเย็น, แป้งเย็นตรางู, หรือ หมวก

ในวันที่แดดดี อากาศที่สนามหลวงจะร้อนมาก อะไรที่ทำให้คนไทยอุณหภูมิเย็นตัวลงได้ ระดมมาให้หมดค่ะ

อย่าลืมเอามาเผื่อพี่ๆทหารตำรวจ ที่หลายคนยืนตากแดดกันทั้งวันด้วยนะคะ

7. ป้ายชื่อ

อ่านไม่ผิดค่ะ เนื่องจากจำนวนคนที่มายังสนามหลวงมีจำนวนมาก บวกกับพื้นที่อันกว้างใหญ่ ทำให้ทั้งผู้ชราและเด็กพลัดหลงกับครอบครัวบ่อยมาก กว่าจะหาตัวกันเจอ ใช้เวลาพอสมควร

ป้ายกระดาษร้อยเชือกสีดำแบบง่ายๆ ช่วยแก้ไขเรื่องนี้ได้ อ่อ อย่าลืมปากกาเมจิกขนาดใหญ่ด้วยนะคะ เป็นของราคาถูกที่สามารถทำแจกได้ง่ายที่สุดค่ะ

8. ร่มและเสื้อกันฝน

เมืองไทยมีทั้งร้อน ทั้งเย็น และที่ขาดไม่ได้คือฝน ด้วยปริมาณน้ำฝนในปีนี้ ทำให้ในบางวัน การเดินทางไปยังสนามหลวงโดยไม่มีร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัว ชีวิตจะยากขึ้นพอสมควรเลย

แม้จะเป็นของที่มีแม่ค้าพ่อค้านำมาขายเยอะ แต่เช่นกับสิ่งอื่น บางคนไม่มีเงินซื้อค่ะ ได้แต่หลบฝนใต้เต๊นท์หรือต้นไม้ ตัวเปียกกันเป็นแถว ใครที่พอมีทุนทรัพย์เหลือเฟือ ร่ม, เสื้อกันฝน, และผ้าเช็ดตัว เป็นสิ่งที่คนละแวกสนามหลวงต้องการอย่างหนึ่งเลยค่ะ

9. ตัวและหัวใจ

เราอยากเชิญชวนทุกท่าน มาลองสละเวลาเป็นจิตอาสาที่สนามหลวงดูซักครั้งในชีวิตค่ะ คุณจะได้รับประสบการณ์ที่มีค่าโดยที่คุณไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว

แต่ละวัน มีความต้องการจิตอาสาหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเก็บขยะ ดอกไม้ จัดคิว พนักงานแนะนำนักท่องเที่ยวต่างชาติ ลองเข้าไปที่เพจ Volunteers for Dad ดูได้ทุกวัน สะดวกวันไหนไปวันนั้นค่ะ

สามารถลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครด้วยตนเองที่ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ “ทุกวัน เวลา 08.30 – 20.00 น.”

15 วันที่ผ่านมา เราได้พบความสามัคคีและน้ำใจของคนไทย ขอบคุณทุกคนนะคะ เราจะผ่านช่วงเวลาที่ยากจะทำใจนาทีนี้ไปด้วยกัน

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท สยามเอาท์เลต จำกัด
28 ตุลาคม 2559

[กรุงเทพธุรกิจ] สยามเอาท์เลต ลุยโลจิสติกส์ รับ ‘แชทคอมเมิร์ซ’บูม

ปัจจุบันคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสัดส่วน 63% ของประชากร ใช้งาน“โซเชียล มีเดีย”ราว 40 ล้านราย ถือเป็นปัจจัยสำคัญกระตุ้นตลาด“อีคอมเมิร์ซ”

siam-outlet_020

ชญาภัค สหัชอติเรกลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสยาม เอาท์เลต จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจบริการด้านบริหารจัดการโลจิสติกส์กลุ่มร้านค้าออนไลน์ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดรวมอีคอมเมิร์ซไทยมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท พบว่าช่องที่งที่เติบโตต่อเนื่องอยู่ในกลุ่มตลาดแชท คอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายสินค้าผ่านสื่อโซเชียล โดยเฉพาะแพลตฟอร์มสนทนาโต้ตอบหรือแชท (Chat) เช่น เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ แอพพลิเคชั่น  โดยส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น อยู่ที่ 51% จากปีก่อน 48% และสัดส่วนที่เหลืออีก 49% เป็นผู้ให้บริการมาร์เก็ตเพลสต่างๆ

“ตลาดแชท คอมเมิร์ซ มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากพฤติกรรมชอปปิงออนไลน์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น และมีผู้ค้าออนไลน์กว่า 2 แสนร้านค้าทั่วประเทศ จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท”

ธุรกิจจำหน่ายสินค้าออนไลน์ เป็น 1 ในอาชีพที่คนรุ่นใหม่สนใจมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งจบการศึกษาต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจเองมากขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีปัจจุบันเอื้ออำนวย  ซึ่งเมื่อธุรกิจของผู้ประกอบการออนไลน์ขยายตัวมากขึ้น จึงมีความต้องการบริการด้านบริหารจัดส่งสินค้าเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ

“มาร์เก็ตเพลสในปัจจุบันแข่งขันกันดุเดือด บางรายชูโปรโมชั่นจัดส่งสินค้าฟรี เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ แต่มองว่าแชท คอมเมิร์ซ ยังมีผู้เล่นน้อยรายและมีโอกาสในตลาดอีกมาก และคนไทยชอบพูดคุยโต้ตอบกับเจ้าของร้านค้า เพื่อเลือกซื้อสินค้ามากกว่าการคลิกดูสินค้าผ่านเว็บไซต์”

จากทิศทางการเติบโตของ“แชท คอมเมิร์ซ”บริษัทจึงเห็นโอกาสขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตด้านการให้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ร้านค้าออนไลน์  โดยวางงบลงทุนในช่วง 1- 2ปีจากนี้ ราว 20 ล้านบาท สำหรับการขยายพื้นที่คลังสินค้า จากเดิมที่มีพื้นที่ 100 ตร.ม. และเป็นรูปแบบการเช่าคลังสินค้า ภายในพื้นที่บริเวณเดียวกันกับ“ไอ.ซี.ซี.”ในเครือสหพัฒน์ เพิ่มเป็นพื้นที่ขนาด 1,000 ตร.ม. โดยอยู่ระหว่างพิจารณาทำเลที่ตั้งคลังสินค้าแห่งใหม่ ทั้งบริเวณราษฎร์บูรณะ และพระราม3 โดยอยู่ระหว่างเจรจาร่วมลงทุนกับพันธมิตร ทั้งนักลงทุนทั่วไปและกลุ่มเวนเจอร์ แคปิตอล

นอกจากนี้มีแผนจัดตั้งจุดกระจายสินค้าและรับส่งสินค้าตามทำเลต่างๆ เช่น คอนโดมิเนียม ปั๊มน้ำมัน โดยจะเริ่มในช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ ตั้งเป้าหมายขยายจุดจำหน่ายให้ครบ 100 แห่งในปีหน้า และครบ 300 แห่งใน 3 ปี  ซึ่งอาจใช้โมเดลการขยายแฟรนไชส์

พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพาร์ทเนอร์ธุรกิจในญี่ปุ่น เพื่อส่งออกสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการไทยที่มาใช้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์กับสยาม เอาท์เลตไปจำหน่ายในญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสช่องทางจำหน่ายให้ร้านค้าออนไลน์ไทยเปิดตลาดใหม่มากขึ้น เริ่มจากกลุ่มเสื้อผ้าแบรนด์ดังของไทย

ปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็นผู้ค้าออนไลน์ใช้บริการราว 80 ราย คาดสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 100 ราย โดยมีผู้จำหน่ายสินค้าหลายประเภท เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง สินค้าลิขสิทธิ์ สินค้าแม่และเด็ก เป็นต้น

ด้านผลประกอบการช่วง 7 เดือนแรกรายได้เติบโต 40% สัดส่วนจากการจัดส่งสินค้า 55% การจัดของและแพ็คสินค้า 28% การบริการพื้นที่จัดเก็บสินค้า 13% และอื่นๆ อีก 6%

วางเป้าหมายปีหน้ารายได้ 10 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านบาทใน 3 ปี

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

[Brand Inside] อ่านโอกาสจากแชทคอมเมิร์ซ 1 แสนล้าน ผ่านสายตา “สยามเอาท์เลต” หลังติดเครื่อง 7 เดือนโต 40 เท่า

siam-outlet_436

ถึงจะไม่มีความปลอดภัย และใช้แค่ความเชื่อใจในการซื้อขาย แต่ แชทคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายผ่านเฟสบุ๊ก, อินสตาแกรม และไลน์ ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ามีมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท ผ่านผู้ค้าหลัก 2 แสนราย ทำให้การสร้างรายได้กับกลุ่มผู้ค้าเหล่านี้จึงมีความเป็นไปได้สูง

ไม่ต้องขายสินค้าก็โตไปกับอีคอมเมิร์ซได้

แต่ถึงจะเติบโตเร็วแค่ไหน พ่อค้าแม่ค้าแชทคอมเมิร์ซก็มีปัญหาที่ทุกรายต้องเจอ คือการไม่มีเวลาแพ็ค และส่งสินค้า ทำให้เกิดบริการฟูลฟิวเมนต์ หรือการรับเป็นผู้จัดการคลังสินค้า, แพ็คสินค้า และส่งสินค้าขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Siam Outlet ที่เปิดให้บริการมาเพียง 7 เดือน แต่สร้างการเติบโต 40 เท่า ผ่านรายได้เดือนละ 5 แสนบาท และปีนี้จะปิดที่ 3 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมี e – Logit เบอร์หนึ่งด้านฟูลฟิวเมนต์จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนแล้ว และยังมีทั้งกองทุน, แองเจิล รวมถึงบริษัทขนสั่งดั้งเดิมให้ความสนใจลงทุนเพิ่ม

ชญาภัค สหัชอติเรกลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม เอาท์เลต จำกัด เล่าว่า การซื้อสินค้าบนช่องทางอีคอมเมิร์ซของไทยทำผ่านช่องทางแชทคอมเมิร์ซถึง 51% อ้างอิงจากผลสำรวจของบริษัทวิจัย PWC เพราะคนไทยชอบพูดคุยกับเจ้าของร้าน ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ต่างกับสหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่ซื้อสินค้าผ่านระบบตะกร้ามากกว่า จนเมื่อ 2 ปีก่อนมีร้านค้าออนไลน์จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 5 แสนราย แต่แทบทุกร้านเจอปัญหาเดียวกันคือ ไม่มีเวลาแพ็คของ ดังนั้นใครเข้าไปแก้ปัญหาได้ ก็จะโตไปกับค้าออนไลน์เช่นกัน

โอกาสเปิดกว้างหลังซัพพลายไม่พอ

“สยามเอาท์เลตเริ่มต้นธุรกิจในพื้นที่ขนาด 100 ตร.ม. ภายในคลังสินค้าของไทเกอร์โลจิสติก และมี 320 เชลฟ์ในการวางสินค้า ซึ่งตอนนี้เรามียอดส่งสินค้า 10,000 ชิ้น/เดือน มีสินค้าวางอยู่ทั้งหมด 20,000 ชิ้น และมีร้านค้าใช้บริการของบริษัท 80 ร้าน ตั้งแต่เสื้อผ้า, รองเท้า รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ แต่ถึงมากขนาดนี้ก็ยังไม่พอกับร้านค้าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยอยู่ดี และยังมีโอกาสอีก 3 – 4 ปีกว่าตลาดจะเต็ม แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีผู้เล่นโลจิสติกดั้งเดิมเข้ามามากขึ้น และการแข่งขันราคาก็เล่นกันในระดับบาท สองบาทแล้ว ดังนั้นจะเข้ามาต้องวางแผนดีๆ”

สำหรับ Siam Outlet ให้บริการตั้งแต่การรับสินค้าจากพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มาเก็บที่คลัง, เตรียมสินค้าแพ็คใส่กล่อง, ให้เช่าพื้นที่เก็บสินค้า ราคา 200 บาท/ชั้นวางสินค้า และบริการจัดส่งผ่านช่องทางต่างๆ คิดค่าบริการแพ็คสินค้า 13 บาท/ชิ้น ถัดไปชิ้นละ 5 บาท รวมถึงรับเป็นศูนย์คืนสินค้าได้  ซึ่งในปี 2560 จะขยายคลังสินค้าเป็น 1,000 ตร.ม. รวมถึงสร้างจุดรับฝากส่งสินค้าบริเวณปั้มน้ำมัน และตามคอนโดมีเนียมต่างๆ 100 จุดทั่วประเทศ ผ่านเงินลงทุน 20 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งสินค้าทันที

เปิดตลาดญี่ปุ่นผ่านการ Cross – Border

ขณะเดียวกัน การมีทุนญี่ปุ่นเข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัท ทำให้จากนี้จะทดลองนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาเก็บไว้ในคลังสินค้า พร้อมจำหน่ายในตลาดทั่วไป หรือการทำ Cross – Boarder โดยสินค้าที่จะเข้ามาก่อน คือเครื่องสำอาง นอกจากนี้เตรียมส่งสินค้าไปจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน โดยอยู่ระหว่างคุยกับกรมส่งเสริมการส่งออก เพื่อดึงกลุ่มสินค้าโอท็อปเข้ามาร่วมทำตลาดกับบริษัท และมองว่าในอนาคต รายได้จากฝั่งธุรกิจนำเข้า – ส่งออก จะเป็นสัดส่วนรายได้ที่สำคัญ

“แม้ตอนนี้บริการฟูลฟิวเมนต์ในประเทศไทยยังไม่มีใครเป็นเจ้าตลาด เพราะถ้าให้ 7 รายมีลูกค้าในมือรายละ 1,000 ร้าน ก็ได้แค่ 7,000 เทียบไม่ได้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2 แสนราย แต่สยามเอาท์เลตก็ทำแค่ธุรกิจนี้ไม่ได้ เพราะกลุ่มโลจิสติกดั้งเดิมมาแล้ว ดังนั้นการหาช่องทางใหม่ๆ จึงเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งการส่งออก – นำเข้าก็มีโอกาสเป็นไปได้ โดยปี 2560 เราคิดว่ารายได้น่าจะอยู่ที่ 10 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจฟูลฟิวเมนต์ และพยายามระดมทุนเข้ามาเพิ่ม เพื่อเข้าสู่ Series A หลังตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วง Seed”

 

สรุป

ฟูลฟิวเมนต์ตอนนี้คงเติบโตได้อีกไกล แต่หากใครเข้ามาตอนนี้อาจช้าเกินไป เพราะพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ที่เติบโต และมีรายได้พอที่จะเช่าใช้ระบบนี้คงมีไม่ถึง 2 แสนรายแน่นอน ประกอบกับหลังจากนี้อาจมียักษ์ใหญ่จากต่างประเทศเข้ามา และมีโอกาสสูงที่จะใช้วิธีทุ่มตลาด ดังนั้นผู้ใดสนใจจะเข้ามาต้องศึกษากันดีๆ ก่อน

ที่มา: BrandInside

 

เปิดข้อมูลเด็ด ตลาดออนไลน์ขายดี ทำเงินสูงสุด ปี 2017

เปิดข้อมูลเด็ด ตลาดออนไลน์ ที่วิจัยมาแล้วว่า ทำเงินสูงสุด

ปัจจุบันมีตลาดออนไลน์กำเนิดขึ้นมากมาย จนแม่ค้าพ่อค้ามือใหม่หลายท่านเกิดอาการงง ว่าเราควรจะเริ่มต้นที่ไหนดี

Siam Outlet ขอแนะนำก่อนเลยว่า ต้องดูที่สินค้าของท่านเป็นหลักนะคะ ตลาดออนไลน์แต่ละแห่ง มีความเหมาะสมกับสินค้าแตกต่างกันไป มีข้อดีข้อเสียที่เราต้องลองตัดสินใจดู ถ้าไม่สำเร็จอย่าเพิ่งเสียกำลังใจ ลองหาสินค้าใหม่ๆหรือเปลี่ยนที่ขาย โดยส่วนใหญ่ เราไม่ได้เสียค่าเช่าที่อยู่แล้ว ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆค่ะ คุณจะเก่งขึ้นมาเอง

วันนี้ Siam Outlet ขอนำทุกคนไปชมทำเลทอง ที่มีการวิจัยมาแล้วว่า ทำเงินสูงสุด รีบจับจองเปิดร้านขายของกันตั้งแต่วันนี้ รับรองว่าปี 2017 จะเป็นปีทองของใครหลายๆคนแน่นอนค่ะ

อันดับ 1 Facebook
ด้วยจำนวนผู้ใช้งานเฉพาะในประเทศไทย 41 ล้านคน ทำให้ Facebook กลายเป็นตลาดการค้าออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยตลาดออนไลน์ของ Facebook มีให้คุณเลือกได้หลักๆ สามประเภท คือ
– Facebook Timeline ส่วนตัวของท่านเองเป็นที่ทำมาค้าขาย เหมาะกับการเริ่มต้นลงขายของในหมู่เพื่อนฝูง
– Facebook Fan Page เป็นที่นิยมมากที่สุด เหมาะกับสินค้าที่เริ่มมีความนิยมเป็นที่รู้จักพอสมควรแล้ว, สินค้าทั่วไป
– Facebook Group ประเภทนี้เหมาะกับสินค้าเฉพาะทาง ที่มีกลุ่มของลูกค้าเฉพาะเจาะจงมากๆ เช่น ของสะสม, เครื่องมือประกอบอาชีพ, กีฬา

สำหรับคนไทย นิยมการซื้อขายผ่านแชทคอมเมิร์ซมากที่สุด ดังนั้น Facebook Messenger จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อขายของท่านจึงจำเป็นต้องฝึกการใช้งานเอาไว้ด้วย การตอบสนองลูกค้าได้เร็ว ลูกค้าจะยิ่งประทับใจ

ข้อเสียหลักของ Facebook ในปัจจุบันคือ ต้องอาศัยการโฆษณาเพื่อให้สินค้าของเราปรากฏให้กลุ่มลูกค้าเห็น จึงเป็นที่มาของการทำ Viral VDO ที่เป็นที่กล่าวถึงในทั้งทางบวกและทางลบมากขึ้น เพราะการทำ Viral VDO ไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าโฆษณาแต่อาศัยกลุ่มลูกค้าเป็นคนส่งต่อข้อมูลนั่นเอง

Siam Outlet เอง มี Facebook ด้วยนะคะ ใครอยากเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ เข้ามาพูดคุยขอคำแนะนำกันได้ที่ Facebook : SiamOutletPage นะคะ เรายินดีรู้จักทุกท่านค่ะ

อันดับ 2 Line
แชทคอมเมิร์ซ เป็นตลาดออนไลน์หลักของเมืองไทย แอพพลิเคชั่นแชท อันดับหนึ่งของเมืองไทย จึงกลายเป็นตลาดออนไลน์อันดับต้นๆแบบปฏิเสธไม่ได้ กับจำนวนผู้ใช้งานในไทย 33 ล้านคน และเติบโตขึ้นทุกวัน ด้วยความนิยมและการออกแบบที่ทำออกมาถูกจริตกับคนไทย ถึงวันนี้แม้จะมีแอพพลิเคชั่นแชทรายอื่นๆ พยายามเข้ามาแย่งตลาด แต่ยังไม่มีใครหยุดความร้อนแรงของ Line ในเมืองไทยได้ซักคน

ตลาดออนไลน์บน Line เริ่มต้นได้เลยจาก Line ส่วนตัวของคุณ โดยหลักแล้ว ลูกค้ามักจะติดต่อคุณผ่าน Line หลังจากได้เห็นสินค้าหรือโฆษณาของคุณผ่านช่องทางอื่นๆมาแล้ว คุณอาจจะลงข้อความของคุณที่เวบไซท์, เวบบอร์ด, หรือ Facebook ในที่ต่างๆ โดยทิ้ง Line ID ให้ลูกค้าได้เข้ามาสอบถาม ณ จุดนี้บอกได้คำเดียวเลยว่า ไม่มีไม่ได้ เพราะลูกค้าจะเลือกซื้อเจ้าอื่นทันทีที่มี Line ให้สอบถาม

หากคุณมีฐานลูกค้าจำนวนหนึ่งแล้ว และต้องการส่งสื่อสารไปยังลูกค้า คุณสามารถก้าวไปอีกขั้น ด้วยการใช้งาน Line @ ซึ่งเสียค่าใช้จ่าย แต่การสร้าง Line @ สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า มากกว่า Line ส่วนตัวพอสมควร และยังสามารถสื่อสารไปยังลูกค้ารายเก่าๆได้ด้วย

เช่นกันค่ะ เรามี Siam Outlet เรามี Line @ ให้ทุกท่านได้ทักทายเข้ามาหาทีมงานน่ารักๆของเรา อาจจะขอเพลงไม่ได้ สั่งพิซซ่าไม่ได้ แต่ถ้าจะให้เราช่วยเรื่องส่งสินค้าของคุณ เรายินดีนะคะ Line: @SiamOutlet หรือ สแกน QR Code ด้านล่างได้เลยค่ะ

siamoutlet qr code

อันดับ 3 Instagram
หากเป็นสินค้าประเภทของสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง, เครื่องประดับ หรือแม้แต่ อาหาร ที่จำเป็นต้องอาศัยรูปภาพประกอบในการขายแล้ว พลาดไม่ได้ที่จะต้องมีการเปิดร้านขายบน Instagram

จากยอดผู้ใช้งาน 7.8 ล้านคนในประเทศไทย แม้จะไม่มาก แต่มักจะเป็นศูนย์รวมของคนที่มีกำลังซื้อของ รวมถึงหากคุณมีเพื่อนหรือญาติพี่น้องที่เป็นคนดังแล้วล่ะด้วย การฝากให้เหล่าคนดังเหล่านั้นช่วยโปรโมทสินค้าผ่าน Instagram จะทำให้สินค้าของคุณโด่งดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว

นอกจาก Instagram แล้ว ปัจจุบันเมื่ออินเตอร์เน็ทมีความเร็วมากขึ้น  ทำให้การถ่ายทอดสด VDO ทำได้ง่ายขึ้น แอพพลิเคชั่นอย่าง Facebook Live หรือ Bigo Live เป็นอีกช่องทางโฆษณาที่หลักการคล้าย Instagram ต่างกันที่เป็นการถ่ายทอดสด ซึ่งจำนวนผู้ชมในปัจจุบันมากพอสมควร สามารถฝากคนดังเหล่านั้นช่วยโฆษณาได้ค่ะ

ยิ่ง Instagram ปัจจุบันสามารถส่งข้อความสอบถามได้แล้วด้วย ปิดการขายได้ง่ายขึ้นเยอะกว่าสมัยก่อนค่ะ

ส่วนใครจะเข้ามาฝากร้านกับทาง Siam Outlet เข้าไปกันได้เลยนะคะ Instagram: SiamOutlet ค้นหาแล้วเจอเลย ฝากร้านได้ เราไม่ว่าอะไร ขายดีจนส่งไม่ไหว เราช่วยคุณค่ะ

อันดับ 4 Webboard

เวบบอร์ดอาจจะไม่ใช่สิ่งใหม่ เป็นอะไรที่เราเล่นกันมาตั้งแต่อินเตอร์เน็ทความเร็วต่ำ แต่ด้วยลักษณะของการใช้งานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน, ตอบโจทย์ในการสร้างเนื้อหาได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ, มีข้อมูลย้อนหลังบันทึกการสนทนาเก่าเอาไว้ให้ลูกค้าใหม่อ่าน แถมเป็นอะไรที่เสิร์ชเอ็นจินชอบอีกต่างหาก SEO ดีสุดๆ ทำให้ ถึงแม้จะมี Social Media เกิดขึ้นและหายไปมากมาย แต่เวบบอร์ดยังคงอยู่

การขายของบนเวบบอร์ด เหมาะกับสินค้าเฉพาะกลุ่ม ที่ผู้ใช้งานมีการรวมกลุ่มกันชัดเจน คล้ายๆ Facebook Group เช่น ชมรมรถยนต์, ชมรมมอเตอร์ไซด์, ผู้ชื่นชอบการขับขี่จักรยาน, หรือแม้แต่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ขั้นสูง โดยมากลูกค้าจะรู้ความต้องการของตัวเองอยู่แล้ว และเข้ามาค้นหาของจากเวบบอร์ดต่างๆ

ข้อเสียของเวบบอร์ดคือ ไม่มีระบบแจ้งเตือนพ่อค้าแม่ค้า ทำให้เราต้องเปิดเข้าไปดูความเคลื่อนไหวของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ระบบส่วนใหญ่แจ้งเตือนผ่านอีเมลล์ซึ่งไม่เหมาะในแง่การใช้งาน ทำให้การตอบสนองต่อลูกค้าช้ากว่าประเภทอื่นๆ ดังนั้นการขายของบนเวบบอร์ดควรมีการลง Line หรือ Facebook ไว้เป็นส่วนประกอบเสมอ

อันดับ 5 Market Place Website

จินตนาการถึงห้างสรรพสินค้า ที่ที่คุณสามารถหาสินค้าได้ทุกอย่างที่ต้องการแต่เป็นออนไลน์ดูสิ ลูกค้าเข้ามาช๊อปปิ้งสินค้าที่ตนเองต้องการในที่แห่งเดียว ในแง่การขาย มันคือที่ที่คุณสามารถลงสินค้าขายของ โดยที่มีคนตั้งร้านไว้ให้คุณ คุณไม่ต้องเสียเวลาในการเปิดหน้าร้านเป็นของตัวเอง

โดยปัจจุบัน Market Place เหล่านี้ยังมีบริการเสริมอื่นๆ เช่น โปรแกรมบริหารจัดการหลังร้าน, โกดังสินค้า, การส่งสินค้า, หรือแม้แต่การทำการตลาดให้กับคุณ ทำให้คุณสะดวกในการขายของมากขึ้นเยอะ เราขอยกตัวอย่าง Market Place ยอดนิยมที่คุณสามารถเปิดร้านขายของได้ทันทีที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย

Tarad.com เวบอีคอมเมิร์ซที่อยู่คู่เมืองไทยมากว่า 10 ปี ด้วยประสบการณ์และทีมงานจึงรับประกันได้เลยว่า ร้านค้าของคุณจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
Lazada หากพูดถึงเวบอีคอมเมิร์ซที่ผ่านสายตาเรามากที่สุด ชื่อของ Lazada จะต้องแว่บขึ้นมาในหัวแน่นอน ด้วยงบประมาณในการทำการตลาด และบริการส่งสินค้าครบวงจร ทำให้ Lazada เป็นเวบอีคอมเมิร์ซที่ปัจจุบันขายดีที่สุดในเมืองไทยไปโดยปริยาย
Kaidee.com ตลาดขายของมือสองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยการใช้งานที่ง่ายมากๆ ทำให้ได้รับความนิยมสูง ในหมู่คนชอบสินค้ามือสอง
Weloveshopping เป็นอีกหนึ่งอีคอมเมิร์ซที่มีชื่อเสียงในไทย ด้วยความสนับสนุนจากพี่ใหญ่อย่าง True ทำให้สามารถใช้งาน Truemoney เป็นส่วนเชื่อมต่อได้

ยังมี Marketplace ที่รอการเปิดตัวอีกเป็นจำนวนมาก ที่มีแผนการตลาดที่แตกต่างกันไป

สำหรับใครที่มองหาธุรกิจส่งออก คงหนีไม่พ้นเวบไซท์ eBay และ TaoBao เป็นสองทำเลสำคัญที่ต้องศึกษา

คราวนี้จะเลือกทำเลทองทำไหนในการเปิดร้านค้าออนไลน์ของคุณ คงพอจะเห็นภาพแล้วนะคะ
มีคำถามหรือข้อสงสัย อยากให้เราช่วยตอบ ส่งข้อความหรือ Line กันเข้ามาได้ เรายินดีรู้จักทุกท่านนะคะ

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า บริษัท สยามเอาท์เลต จำกัด
13 ตุลาคม 2559

[MGR Online] “Siam Outlet” ผู้ช่วยแม่ค้าออนไลน์ บริการจัด-แพ็ก-ส่ง แห่งยุคดิจิตอล

slide1

เมื่อกระแสการค้าในโลกออนไลน์แรงแบบฉุดไม่อยู่ ก็ส่งผลธุรกิจที่อยู่รอบข้างเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะภาคการขนส่งสินค้า ที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนขอเข้ามาแบ่งเค้กชิ้นโตนี้ ชูความต่างด้วยบริการ เน้นความคล่องตัว ลดขั้นตอนยุ่งยากด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์แม่ค้ายุคดิจิตอลได้เป็นอย่างดี กับ “Siam Outlet” ผู้ช่วยหลังบ้านขายของออนไลน์

โอกาสในธุรกิจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกอาชีพ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเห็นก่อนกัน อย่างอดีต เจ้าของธุรกิจออแกไนซ์ “ชญาภัค สหัชอติเรกลาภ” ได้ผันตัวเองเข้าสู่วงการลอจิสติกส์ ภายใต้ชื่อ ‘Siam Outlet’ สร้างความต่างด้วยระบบบริการหลังร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจร โดยเน้นพัฒนาบริการต่างๆ ให้กลุ่ม Chat Commerce ร้านค้าที่ขายของอยู่บน Facebook Instagram หรือ LINE ซึ่งเป็นกลุ่มร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดในตลาดออนไลน์ ณ เวลานี้

โดยที่มาของธุรกิจนี้เกิดจากความอยากรู้อยากลองของอดีตเจ้าของธุรกิจรับงานออแกไนซ์ หลังจากเห็นตัวเลขการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจออนไลน์ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่าเพิ่มขึ้นทุกปี จึงอยากลองศึกษาเส้นทางธุรกิจนี้ดูบ้าง กระทั่งได้รู้จักน้องคนหนึ่งที่ขายของออนไลน์อยู่ ก็อาสาเข้าไปช่วยเหลือ โดยเฉพาะการช่วยแพกสินค้าที่มีเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ได้ช่วยอย่างเต็มที่ เพราะน้องคนดังกล่าวเกรงจะจัดสินค้าผิดพลาด ทำให้เธอกลับมาคิดว่าขั้นตอนการบรรจุสินค้า และจัดส่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเสียเวลามาก ทำให้บางครั้งเจ้าของธุรกิจพลาดโอกาสในการขายสินค้า และเฝ้าหน้าเว็บเพจเพื่อสนทนากับลูกค้าที่พฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนไทยต้องการจะสนทนากับเจ้าของธุรกิจโดยตรงก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า

ทำให้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาธุรกิจที่ชื่อว่า “Siam Outlet” จึงเกิดขึ้น ด้วย 6 บริการหลัก ได้แก่

1. Pick up – บริการรับของจากต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่ผลิตสินค้าในประเทศหรือต่างประเทศ
2. Preparation – เตรียมสินค้าให้พร้อมขาย ด้วยทีมงานมีอาชีพที่จะมาช่วยคุณตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกชิ้นให้ได้ตรงตามมาตรฐาน
3. Store – พื้นที่โกดังมาตรฐานสำหรับสินค้าทุกชนิด ทั้งแบบห้องปรับอากาศ และห้องอุณหภูมิปกติ
4. Pick/Pack – บริการจัดของ และแพกของด้วยพนักงานมืออาชีพ
5. Delivery – กับพันธมิตรธุรกิจที่เน้นให้บริการจัดส่งของที่มีคุณภาพ เช่น ไปรษณีย์ไทย DHL และ Sendit ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกรูปแบบ
6. Return – มีบริการที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถรับคืนของได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไซส์ต่างๆ หรือแม้แต่ไม่พอใจในสินค้านั้นๆ อีกด้วย

“ธุรกิจแชตคอมเมิร์ซและอีคอมเมิร์ซกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย เราดำเนินธุรกิจได้ขวบปีเศษ แต่บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตกว่า 40 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือน จึงเล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตด้านการให้บริการคลังสินค้าและลอจิสติกส์สำหรับร้านค้าออนไลน์ โดยวางงบลงทุน 20 ล้านบาท ขยายบริการให้ครอบคลุมความต้องการในทุกด้าน และขยายพื้นที่คลังสินค้าเพื่อรองรับตลาดแชตคอมเมิร์ซและอีคอมเมิร์ซที่มีมูลค่าตลาดกว่า 200,000 ล้าน”

ปัจจุบัน Siam Outlet มีคลังสินค้าอยู่ที่ สาธุประดิษฐ์ 58 มีพื้นที่ 100 ตารางเมตร โดยมีร้านค้าออนไลน์ที่ให้ความเชื่อมั่นและใช้บริการของ Siam Outlet กว่า 80 ราย มีจำนวนสินค้าที่ส่งออกจากโกดังเดือนละกว่า 10,000 ชิ้น นอกจากการให้บริการโกดังสำหรับร้านค้าออนไลน์แล้ว Siam Outlet ยังมีแผนพัฒนาบริการใหม่ที่จะเริ่มเปิดให้บริการภายในปี 2559 นี้อีกด้วย นั่นก็คือ บริการรับฝากส่งสินค้า โดยร้านค้าเพียงแค่นำสินค้ามาฝากส่งไว้ที่จุดให้บริการของ Siam Outlet ที่จะกระจายอยู่ทั่วประเทศ 100 แห่ง ภายในปี 2560 โดยจะทดลองเริ่มเปิดให้บริการนี้ในส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อนในช่วงเดือนธันวาคม 2559

ล่าสุด Siam Outlet ได้ร่วมมือกับ บริษัท อีโลจิส (e-LogiT) ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น เพื่อขยายตลาดส่งออกสินค้าไทยขายที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทลอจิสติกส์ด้านอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของญี่ปุ่น (No1 eCommerce logistics company) เพื่อส่งออกสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการไทยที่มาใช้บริการคลังสินค้าและลอจิสติกส์กับสยาม เอาท์เลต ไปจำหน่ายในญี่ปุ่น ช่วยเปิดโอกาสให้ร้านค้าออนไลน์ไทยได้เปิดตลาดยังต่างประเทศ

***สนใจติดต่อ 0-2683-5846 หรือที่ www.siamoutlet.com***

ที่มา: MGR Online

[Positioning] สยาม เอาท์เลต ปักธงลุยตลาดเอเชีย รองรับแชทคอมเมิร์ซครบวงจร จับมือ e-LogiT บริษัทโลจิสติกส์ด้านอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

สยาม เอาท์เลต ปักธงลุยตลาดเอเชีย รองรับแชทคอมเมิร์ซครบวงจร จับมือ e-LogiT บริษัทโลจิสติกส์ด้านอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

บริษัท สยาม เอาท์เลต จำกัด สตาร์ทอัพสัญชาติไทย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรกับกลุ่มร้านค้าแชทคอมเมิร์ซ จัดการตั้งแต่พิธีการศุลกากร บริหารคลังสินค้า แพ็คและส่งสินค้าถึงลูกค้าปลายทาง มั่นใจศักยภาพตลาดแชทคอมเมิร์ซและอีคอมเมิร์ซยังเปิดกว้าง ประกาศความร่วมมือกับบริษัท อีโลจิส (e-LogiT) ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น เพื่อขยายตลาดส่งออกสินค้าไทยขายที่ญี่ปุ่น

siam-outlet_004

ชญาภัค สหัชอติเรกลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม เอาท์เลต จำกัด เปิดเผยว่า “ธุรกิจแชทคอมเมิร์ซและอีคอมเมิร์ซ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชีย เราดำเนินธุรกิจได้ขวบปีเศษ แต่บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตกว่า 40 เท่า ภายในระยะเวลาเพียง 7 เดือน จึงเล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตด้านการให้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์สำหรับร้านค้าออนไลน์  โดยวางงบลงทุน 20 ล้านบาท ขยายบริการให้ครอบคลุมกับความต้องการในทุกด้าน และขยายพื้นที่คลังสินค้าเพื่อรองรับตลาดแชทคอมเมิร์ซและอีคอมเมิร์ซที่มีมูลค่าตลาดกว่า 200,000 ล้าน พร้อมกันนี้ เรามี e-LogiT พาร์ทเนอร์ธุรกิจในญี่ปุ่นซึ่งเป็น บริษัทโลจิสติกส์ด้านอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของญี่ปุ่น (No1 eCommerce logistics company) เพื่อส่งออกสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการไทยที่มาใช้บริการคลังสินค้าและโลจิสติกส์กับสยาม เอาท์เลต ไปจำหน่ายในญี่ปุ่น ช่วยเปิดโอกาสให้ร้านค้าออนไลน์ไทยได้เปิดตลาดยังต่างประเทศ”

ที่มา: Positioning

หมดคำถาม ขายอะไรดี ด้วยสินค้าที่คุณเริ่มต้นขายได้ง่ายๆ