ของพรีเมี่ยมปีใหม่ 2017 ทันยุคทันสมัย ถูกใจผู้รับ

cover-1

ใกล้จะถึงเดือนธันวาคมแล้ว เป็นประจำทุกปีที่ธุรกิจ ห้างร้าน องค์กรต่างๆ จะมีการส่ง ของขวัญ ของพรีเมี่ยมปีใหม่ ไปให้กับผู้ที่มีอุปการะคุณทุกท่าน มาติดตามกันดีกว่าค่ะว่า ปีนี้ ของพรีเมี่ยมปีใหม่ อะไรบ้างที่ให้ไปรับรอง คนได้รับถูกใจแน่นอน

001

  1. ของที่ระลึกเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ ๙ เราเคยได้ทำบทความเกี่ยวกับ ของน่าแจกช่วงงานแสดงความอาลัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ของที่ระลึกต่างๆไม่ว่าจะเป็นเหรียญที่ระลึก, ธนบัตรหายาก, รูปภาพ ยังเป็นของขวัญปีใหม่ที่คนไทยทุกคนได้รับแล้ว มีความรู้สึกยินดี ไม่ว่าจะโอกาสไหนๆ และจะทำให้รู้สึกพิเศษมากยิ่งขึ้นเมื่อเป็นช่วงปีใหม่
    002
  2. ปฏิทิน ปีนี้ การแจกปฏิทินปี 2017 อาจจะต้องชลอไปก่อน เนื่องจากปีหน้า จะมีการปรับเปลี่ยนวันหยุดจากทางราชการ รวมถึงรูปภาพที่แจก ไม่ควรเน้นสีฉูดฉาดมากเกินไปนัก โดยเฉพาะหากต้องจัดส่งให้ทางราชการ เนื่องจากประเทศไทยยังอยู่ในช่วงถวายความอาลัยฯ อย่างไรก็ตาม ปฏิทิน ทั้งแบบแขวน และตั้งโต๊ะ ยังเป็นที่ต้องการ เนื่องจากความสะดวกในการใช้งาน และยังเป็นของพรีเมี่ยมอันดับต้นๆที่คนอยากได้อยู่เช่นเคย

    003
  3. อุปกรณ์ใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องมืออีเลคโทรนิคส์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตการทำงานของคนรุ่นใหม่ไปแล้ว บางท่านอาจจะทำงานบนมือถือ 100% แล้วด้วยซ้ำ อุปกรณ์ที่ใช้งานกับสิ่งต่างๆเหล่านี้ ผู้รับย่อมอยากได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Powerbank, Univertsal Adapter, Thumbdrive, Earphone และอื่นๆ ปัจจุบันของเหล่านี้มีราคาที่ถูกลงไปมาก สามารถซื้อหาแจกได้ไม่ยากนัก
    004
  4. สมุดโน๊ต แม้จะเป็นยุคดิจิตอลแล้ว แต่ยังไม่มีสิ่งใดมาทดแทนการจดบันทึกผ่านตัวอักษรลงบนสมุดโน๊ตได้ สมุดโน๊ตที่หน้าตาสวยงามทำให้ผู้ใช้งานอยากใช้งาน ติดโลโก้บริษัทของคุณลงไปเล็กๆไม่ต้องใหญ่โต แค่นั้นก็สร้างการจดจำให้คนใช้งานได้แล้ว005
  5. เครื่องเขียน เครื่องเขียนเป็นของพรีเมี่ยมที่ราคาไม่สูง และเลือกซื้อได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ปากกา, ดินสอ, Post It, น้ำยาลบคำผิด, หรือจะมาเป็นชุดเครื่องเขียนทั้งชุด ผู้รับอยากได้เสมอ แต่ต้องไม่ลืมว่า คุณภาพก็สำคัญ เพราะหลายครั้งที่เครื่องเขียนราคาถูกจริง แต่นำไปใช้งานจริงไม่ได้ อาจจะสร้างผลเสียให้เกิดกับผู้ให้มากกว่านะคะ

    ข้าวสารช่วยชาวนา

  6. ข้าวสารช่วยชาวนา เราเก็บของพรีเมี่ยมน่าแจกที่สุด ไว้เปิดตัวท้ายสุดกับของที่ไม่แจกไม่ได้ในนาทีนี้ ข้าวเป็นของขวัญที่ราคาไม่แพง แจกได้ทั่วถึง แถมได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไปในตัวด้วย

การแพ็กของและจัดส่งของขวัญ ของพรีเมี่ยมปีใหม่ ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากมีผู้อุปการะคุณจำนวนมาก การให้พนักงานในบริษัทหรือคนที่บ้านมานั่งแพ็กส่งคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ ไม่ว่าของที่จะส่งให้คนสำคัญของคุณจะเป็นอะไร ให้ Siam Outlet ช่วยดีกว่าค่ะ

หากสนใจสามารถเข้าไปกรอกแบบฟอร์มได้เลยที่ http://www.siamoutlet.com/2016/11/24/newyear-gift/

ให้มืออาชีพอย่างเราช่วยดีกว่าค่ะ ^ ^

ไม่อยากให้ลูกค้าหนี อย่าโพสท์เรื่องต่อไปนี้

cover-1

ช่วงนี้มีการพูดถึงกรณีที่นำมาสู่ความขัดแย้งมากมาย ทั้งในประเทศเองและต่างประเทศ วันนี้ สยาม เอาท์เลต ขอนำเสนอ เรื่องที่ไม่ควรโพสท์ลงไปในแฟนเพจ หรือไลน์ของเราเป็นอันขาด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เน็ทไอดอลหรือร้านค้าหลายร้าน ต้องปิดตัวลง ปิดประตูการค้าไป เพราะเหตุต่างๆเหล่านี้ มาลองดูกันค่ะว่า มีเรื่องอะไรบ้าง

  1. ความเชื่อส่วนบุคคล

    เป็นหนึ่งในสองเรื่องที่ว่ากันว่าห้ามคุยกันในวงเหล้า แน่นอนค่ะ ในโซเชียลเน็ทเวิร์กก็ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศาสนา และ วัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อส่วนบุคคล อย่าได้โพสท์ลงเป็นอันขาด โอกาสเจอดราม่าสูง แอดมินกล้าเอาวิญญานของสตีฟจ๊อบส์เป็นประกันเลยค่ะ ไม่ควรนะคะ ไม่เชื่ออย่าลบหรู่

  2. การเมือง

    เป็นอีกประเด็นที่ห้ามคุยกันในวงเหล้า ไม่ว่าคุณจะเชียร์ทีมไหน ใส่เสื้อสีอะไร จะมีอะไรเป็นพร๊อพ เก็บมันเอาไว้ที่โลกส่วนตัวของคุณ โซเชียลเป็นพื้นที่สาธารณะ ยิ่งกับร้านค้าออนไลน์ของคุณแล้วด้วย อย่างสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็นดีกว่าค่ะ

  3. Hate Speech

    การเหยียดเชื้อชาติ, เหยียดสีผิว, เหยียดเพศ, เหยียดรูปร่างหน้าตา เคยมีตัวอย่างในการโดนดราม่า จนคนโพสท์ไม่มีที่ยืนในสังคมไปหลายรายแล้ว การ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่อาจช่วยคุณได้แน่นอน และทั้งหมดทั้งมวล คุณก็ไม่ควรจะมีแม้แต่ความคิดในการจะไปเหยียดหยามใครแต่ต้นอยู่แล้ว เอาเป็นว่าแค่คิดก็ไม่ควรแล้วค่ะ

  4. เรื่องผิดกฏหมาย

    อันนี้นอกจากอาจจะโดนปิดร้าน อาจจะต้องไปนอนคุกกันเลยทีเดียว สิ่งผิดกฏหมายต่างๆหรือการกระทำผิดกฏหมาย ไม่ใช่เรื่องเท่ห์ในโซเชียล ยิ่งถ้าร้านคุณขายของผิดกฏหมายด้วยแล้ว รวยเร็ว รวยไว แต่ตำรวจตามจับเข้าคุกไปหลายรายแล้วนะ แอดมินไม่ไปเยี่ยมด้วยนะ

  5. เรื่องผิดศีลธรรม

    ถึงแม้ว่าการแก้ผ้าโชว์นม จุกหลุด หรือมากกว่านั้น จะทำให้ยอด Like ของเพจคุณถล่มทะลายขนาดไหน มันไม่คุ้มค่ากันหรอกค่ะที่จะเสี่ยงในระยะยาว คนดูเยอะไม่ได้แปลว่าจะขายของได้ดี ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องไปเปลืองตัวขนาดนั้น ยิงแอดให้ตรงกลุ่ม ขายของให้ตรงใจ ไม่ต้องแก้ผ้าค่ะ

  6. โพสท์เกี่ยวกับคู่แข่ง

    อันนี้เป็นมารยาทและกติกาทางสังคมที่ไม่ได้มีข้อห้ามแต่ไม่ควรทำ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง (เอาหน้าม้าไปโพสท์ตำหนิคู่แข่ง) ดีไม่ดีอาจจะโดนดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทได้

  7. อวดรวย

    หลายครั้งเรามักเห็นว่า แม่ค้าพ่อค้าบางราย โพสท์โชว์ความร่ำรวยถ่ายรูปคู่กับรถหรู จริงๆแล้วเป็นหลักการของการขายของแบบเครือข่าย หรือแบบ MLM มากกว่า ที่เอาความร่ำรวยมาล่อหลอก แต่หลักการของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จริงๆแล้ว ผู้ขายและผู้ซื้อไม่ได้จำเป็นต้องรู้จักตัวตนของกันและกัน การอวดรวยจะทำให้ลูกค้าหมั่นไส้ และมีความรู้สึกว่า พ่อค้าเอากำไรจากเขามากเกินไปซะด้วย เพราะฉนั้นอย่าทำค่ะ

ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ไม่ควรโพสท์ลง แต่ทั้ง 7 ข้อเป็นข้อหลักๆที่ห้ามพลาด ถ้าพลาดก็ย้ายตัวออกไปอยู่ในโลกออฟไลน์ได้เลย

แม่ค้าออนไลน์มีรายได้เท่าไร? ต้องเสียภาษี

รู้หรือไม่ว่า เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฏหมายด้วยนะคะ หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่อยากเสียภาษีเลย แอดมินก็ไม่ชอบเสียภาษีค่ะ แต่เราเป็นคนไทย มีรายได้เราต้องเสียภาษีนะคะ (พี่สรรพากร เดินมาตบไหล่ดีมากๆ) เรามาดูกันดีกว่าว่า จะต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

อันนี้ถือเป็นพื้่นฐานของทุกคนไม่ว่าจะ ทำงานประจำ ไม่ประจำ ขายของ ขายข้าวแกง แม่ค้าส้มตำ หรือจะเป็น เน็ทไอดอล แต่เอากันจริงๆ ถ้าไม่ได้มีสลิปเงินเดือนก็ไม่มีใครอยากจะแสดงเงินได้ที่แท้จริงกันซักเท่าไหร่ เอาเป็น สมมุติว่า เป็นคนดีใสๆ แสดงเงินได้ที่แท้จริง เราจะต้องคำนวณอย่างไร

ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา ได้แก่ บุคคลธรรมดา คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ต้องนำเงินได้จาก e-Commerce ไปรวมคำนวณ กับเงินได้จากแหล่งอื่นถ้ามี เช่น เงินเดือน ดอกเบี้ย โดยยื่นแบบ แสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.94 ภายในเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนกันยายน ของปี และยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป
 
– เงินได้สุทธิ 1-150,000 บาท ได้รับยกเว้น
– เงินได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท อ้ตรา 5%
– เงินได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท อัตรา 10%
– เงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท อ้ตรา 15%
– เงินได้สุทธิ 750,001-1,00,000 บาท อ้ตรา 20%
– เงินได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท อ้ตรา 25%
– เงินได้สุทธิ 2,000,001-4,000,000 บาท อ้ตรา 30%

– เงินได้สุทธิ 4,000,000 ขึ้นไป อ้ตรา 35%

แต่ทั้งหมดทั้งมวลจะมีค่าลดหย่อนตามแต่ละบุคคลอยู่แล้ว  เอาจริงๆ แอดมินอยากเสีย 35% มากเลยนะ เมื่อไหร่จะมีรายได้ถึงขนาดนั้นก็ไม่รู้ ต้องมีซักวัน ต้องมีสักวัน

2.ภาษีเงินได้นิติบุคคล

สำหรับใครที่จดทะเบียนนิติบุคคลเป็นเรื่องเป็นราว อันนี้ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ทำติดคุกนะนาย

ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่มีสาขาในประเทศไทย มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการแก่ผู้ซื้อที่อยู่ณ ที่ใด ๆก็ตาม ต้องนำรายได้ จากการประกอบกิจการ มารวมคำนวณกำไรสุทธิตามเงื่อนไข ที่ระบุไว้ในมาตรา65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร หากกิจการขาดทุนสุทธิไม่ต้องเสียภาษี โดยยื่นแบบ แสดงรายการ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับจากวันสุดท้ายของทุก 6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี และยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
 
– รายได้ 1-300,000 บาท ยกเว้น
– รายได้ 300,001-1,000,000 บาท 15%
– รายได้ 1,000,001 บาทขึ้นไป 20%

3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม

อีกส่วนที่พ่อค้าแม่ค้ามักจะมองข้ามไป จริงๆ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT เป็นอะไรที่เราต้องจ่ายนะคะ โดยเฉพาะใครก็ตามที่มีรายได้เกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ปัจจุบัน รัฐบาลกำลังจะเข้ามาตรวจสอบ โดยดูจากเงินฝากของเราซึ่งจะผ่านทางดิจิตอลในอนาคต เป็นเรื่องที่คุณพ่อค้าแม่ค้าต้องเริ่มศึกษากันเอาไว้แล้วค่ะ ไม่งั้นจะหาว่าแอดมินไม่เตือน

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ที่ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในประเทศไทย หรือผู้นำเข้าสินค้า โดยผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่มีรายรับเกินกว่า 1,800,000 บาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าผู้ประกอบการจะมีรายรับหรือไม่ก็ตาม

สำหรับใครที่ต้องการศึกษาเรื่องภาษีลึกกว่านี้ ลองไปสอบถามกับเพื่อนบ้านของเรา iTax เกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีกันได้นะคะ

ข้อมูลอ้างอิง: ผู้จัดการออนไลน์

[ฐานเศรษฐกิจ] สยาม เอาท์เลต ผู้นำโลจิสติกครบวงจรบนโลกโซเชียล

14925637_10154528539821285_4018340672844064748_n

ปัจจุบันการสั่งซื้อสินค้าบนโลกออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างมาก เห็นอย่างชัดเจนในการฝากร้านขายสินค้าและบริการประเภทต่างๆบนช่องทางในโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น Instagram, Facebook หรือ Line ของดาราชื่อดัง เซเล็บ และบุคคลที่มีชื่อเสียงต่างๆ นั่นเป็นจุดสำคัญทำให้การสั่งซื้อสินค้าและบริการเฟื่องฟูมาก เนื่องจากเป็นตลาดร้านค้าใหญ่ที่สุดในตลาดบนโลกโซเชียลบ้านเรา ปีๆหนึ่งสร้างกำไรให้พ่อค้าแม่ค้าบนโลกโซเชียลได้มหาศาล ลงทุนน้อย ทำกำไรมาก จึงเป็นการตอบโจทย์ที่ลงตัวของบรรดานักธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่ต่างต้องการจับจองตลาดพื้นที่บนโซเชียล เพื่อเสนอขายสินค้าและบริการหลากหลายตามความต้องการของกลุ่มคน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากที่สุดอยู่ในขณะนี้ ด้วยเหตุนี้เอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการบริการจัดส่งสินค้าและบริการครบวงจรจึงถือเป็นส่วนสำคัญในการจัดส่งสินค้า บรรจุภัณฑ์ และบริการ ให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างครบถ้วน รวดเร็วตามเวลาที่กำหนด โดยที่สินค้าไม่แตกหักชำรุด หรือเสียหาย นับว่าเป็นบริการที่ท้าทายธุรกิจด้านการบริหารจัดการด้านโลจิสติกเป็นอย่างมาก

หากพูดถึง “สยาม เอาท์เลต” อาจฟังดูไม่คุ้นหูนักสำหรับคนทั่วไป แต่หากถามบรรดานักค้านักขายสินค้าบนโลกโซเชียล แน่นอนว่า “สยาม เอาท์เลต” ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการโลจิสติกให้กับร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจร (End-to-end logistics management for chat-commerce) โดยเกิดจากหุ้นส่วนคู่หู 2 คน ด้วยเงินทุนของตัวเอง ท่านแรก “ชญาภัค สหัชอดิเรกลาภ” สาวผู้คร่ำหวอดในแวดวงอีเว้นท์ กับ “ชนะชัย พฤกษชัต” หนุ่มนักธุรกิจรุ่นเยาว์ทดลองขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต เจ้าของแบรนด์สมหมายขายกางเกง โดยทั้งคู่มีเป้าหมายร่วมกันจะเป็นผู้นำบริการด้านโลจิสติกครบวงจรให้กับร้านค้าบนโลกโซเชียล โดยมีพันธมิตรด้านไอที e-Commerce ทั้งในและต่างประเทศเป็นที่ปรึกษา นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ “สยาม เอาท์เลต” เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“เริ่มธุรกิจนี้จากเงินตัวเองและหุ้นส่วนทุกคน ถ้าภาษา Startup เรียกว่า Bootstrap และเมื่อต้นปี สยาม เอาท์เลต ได้เพิ่มทุนเพื่อขยายกิจการจาก e-Logit – Fulfillment เบอร์ 1 ของญี่ปุ่น และ Angel คนไทย (จำนวนเงินลงทุนไม่ขอเปิดเผย) ล่าสุดกำลังหาเงินทุนเพิ่ม เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมกับตลาดที่มีการขยายตัวที่รวดเร็วทั้งในและต่างประเทศ” ชญาภัคหนึ่งในหุ้นส่วนสยาม เอาท์เลตเผยถึงจุดเริ่มต้นและก้าวต่อไปของธุรกิจด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

สำหรับจุดแข็งของบริการเธอบอกกับฐานเศรษฐกิจว่า สิ่งที่ทำให้ “สยาม เอาท์เลต” ครองใจกลุ่มร้านค้าบนโลกโซเชียล และโดดเด่นกว่าผู้ให้บริการรายอื่น มี 6 บริการหลักๆด้วยกัน คือ

Pick up บริการรับของจากต้นทาง โรงงานที่ผลิตสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Preparation เตรียมสินค้าเพื่อพร้อมขาย ด้วยทีมมืออาชีพ ช่วยตรวจสอบคุณภาพสินค้าและบริการทุกชิ้นให้ตรงตามมาตรฐาน

Store พื้นที่โกดังมาตรฐานสำหรับสินค้าทุกชนิด

Pick/Pack บริการจัดของ และแพ็คของด้วยพนักงานมืออาชีพ

Delivery มีคู่ค้าอย่าง ไปรษณีย์ไทย DHL และ Sendit ช่วยจัดส่งสินค้าและบริการ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครบถ้วน

Return บริการที่ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถรับคืนสินค้าและบริการ กรณีลูกค้าไม่พึงพอใจในสินค้าและบริการ

“ฝนเชื่อในคำว่า Trustworthy เราทำให้ธุรกิจของสยาม เอาท์เลต เชื่อถือได้ ไม่กลับคำ ไม่โกง รักษาคำพูด ไม่ใช่แค่ในสื่อ ทุกคนต้องทำให้ลูกค้าเชื่อมั่น ฝนเริ่มต้นจากการทำบัญชีเล่มเดียวมาตั้งแต่ต้น (จริงๆเป็นเพราะฝนไม่เก่งเลข เลยทำอะไรง่ายๆ 555) ตอนนี้ฝนมีรุ่นพี่ที่ทำระบบบัญชีมากว่า 30 ปี มาเป็นที่ปรึกษาที่ทำให้ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ อนาคตสยาม เอาท์เลต อาจจะ IPO ขายหุ้นในตลาดก็ได้ ถ้าไม่ทำเรื่องนี้แต่แรก ฝนจะไม่สามารถพูดคำว่า Trustworthy ได้เลย”

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจนั้น เธอเปิดเผยว่า สยาม เอาท์เลต มีค่านิยม หรือ Core Values ที่สำคัญ 3 ประการได้แก่ Nice + Accurate + Intelligence นั่นคือ พนักงานที่น่ารัก + กระบวนการที่ถูกต้องแม่นยำ + Software ที่ชาญฉลาด ซึ่งอย่างหลังนี้ บริษัทได้มีการออกแบบซอฟต์แวร์เฉพาะขึ้นมาเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าใช้บริการต่างๆเชื่อมโยงกับสยาม เอาท์เลตได้โดยตรง และรองรับการขายสินค้าบน Facebook Instagram โดยเฉพาะอีกด้วย

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 – 5 พฤศจิกายน 2559

วิธีรับมือลูกค้าอารมณ์เสีย ก่อนแม่ค้าต้องกราบ

คนเราต่างจิตต่างใจ ต่างสิ่งแวดล้อม ต่างการศึกษา วิธีการรับมือกับความผิดหวังจึงออกมาแตกต่างกัน ก่อนจะต้องรับมือกับลูกค้าอารมณ์เสียเข้ามาตำหนิคุณ ไม่ว่าลูกค้าจะผิดหวังจากสินค้า หรือผิดหวังจากการบริการ เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อค้าแม่ค้าจะได้พบเจอซักครั้งในชีวิต ก่อนจะต้องไป #กราบกล่องไปรษณีย์ เรามาเรียนรู้วิธีจัดการกับลูกค้าอารมณ์เสียกันดีกว่าค่ะ

  1. สติต้องมาก่อน
    ทุกคนคงเคยทำอะไรไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ถ้าเราเป็นเด็ก, หรือบุคคลทั่วไป เรายังพอหงายไพ่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ใช้ได้ แต่ในความเป็นพ่อค้าแม่ค้า คำพูดที่เราพิมพ์ หรือเราคุยทางโทรศัพท์กับลูกค้า พูดไม่ดีเพียงครั้งเดียว อาจจะหมายถึงหายนะของเพจหรือแบรนด์ที่คุณอุตส่าห์สร้างสมมานาน เพราะฉนั้น ทันทีที่เจอลูกค้าโวยวายเข้ามา ไม่ว่าใครจะผิดหรือจะถูก ขอให้ตั้งสติตัวเราให้ได้ก่อน อย่าตกใจหรือมีอารมณ์ตาม พูดคุยสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นด้วยความจริงใจ เป็นการเริ่มต้นเสมอ
  2. คำขอโทษใช้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
    คำว่า ขอโทษ จะใช้กี่ครั้งก็ได้ ฟรีค่ะ เราไม่ต้องเสียต้นทุนซักบาท ใครจะผิดหรือใครจะถูก ขอโทษ หรือ ขอบคุณ เขาไปก่อน จะช่วยให้สถานการณ์ที่ร้อนเป็นไฟดับลงไปได้ไม่มากก็น้อย คำขอโทษของคุณจะต้องเป็นคำขอโทษที่ฟังดูแล้ว มาจากใจ ต่อให้เรารู้สึกว่า เราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด เราอาจเริ่มต้นด้วยคำว่า ขอโทษ ก่อนจะเริ่มสรุปปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้น
  3. สรุปปัญหาและตอบกลับด้วยเหตุผล
    พยายามสอบถามปัญหาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เข้าใจตรงกับลูกค้ามากที่สุด หากมีคำตอบในตอนนั้นขอให้อธิบายเหตุผลให้ชัดเจนที่สุดให้กับลูกค้าได้เข้าใจ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับลูกค้าไม่ว่าความผิดนั้นจะเกิดจากเราหรือไม่ หากมีข้อมูลเพื่มเติมให้บอกกับลูกค้าได้ทราบ
  4. เสนอทางออกให้ลูกค้า
    พยายามรับผิดชอบในตัวลูกค้าให้มากที่สุด โดยดูเป็นรายกรณีไป หรืออาจจะใช้วิธีสอบถามความต้องการจากลูกค้าว่า ลูกค้าต้องการให้เรารับผิดชอบอย่างไร แล้วนำมาพิจารณาว่าสามารถปฏิบัติตามที่ลูกค้าต้องการได้หรือไม่ ขอให้ดูความสมเหตุสมผลเป็นหลัก
  5. ติดตามการแก้ปัญหา
    สำคัญมากว่า หลังจากได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปแล้ว เราจำเป็นต้องติดตาม แสดงถึงความเอาใจใส่ต่อลูกค้า ว่าได้รับการแก้ปัญหาเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้วหรือยัง หากเป็นความผิดของเราและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย พ่อค้าแม่ค้าจำเป็นจะต้องหาทางปรับปรุงข้อบกพร่องในจุดดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับลูกค้าต่อไป
  6. ทุกอย่างควรเป็นลายลักษณ์อักษร
    การพูดคุยและการแก้ไขปัญหาทุกอย่างควรทำเป็นลายลักษณ์อักษร หากเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์ เราแนะนำให้บันทึกการสนทนาทั้งหมดเอาไว้ เพราะในปัจจุบัน สื่อสังคมสามารถเผยแพร่ให้คนเข้าใจผิดในร้านค้าหรือแบรนด์ของเราได้ง่าย หากไม่มีหลักฐานยืนยัน อาจะทำให้ท่านตกเป็นจำเลยของสังคมได้

ด้วยวิธีการทั้งหมดทั้งมวล จะช่วยให้คุณผ่อนหนักให้เป็นเบาลงได้อย่างแน่นอน อย่าลืมนะคะ สติ และ คำขอโทษ สำคัญกับเรื่องนี้มาก

App เพิ่มยอดขาย แม่ค้าออนไลน์รายได้หลักแสนพกไว้ติดตัว

ในหนึ่งวันคุณแม่ค้าพ่อค้าคงต้องเจอกับปัญหา และอุปสรรคต่างๆนาๆมากมาย ไหนจะเป็นสั่งของมาขาย,  ตอบแชทลูกค้า, เช็คออเดอร์, เช็คยอดเงินโอน, ส่งของ, งานราช งานหลวง แต่ละวันผ่านไป แม้ใจจะอยากนั่งนับเงิน แต่ต้องมีเรื่องราววุ่นวายให้จัดการไม่เว้นในแต่ละวัน เราลองมาหาดู Application ที่จะช่วยงานของคุณ เพิ่มยอดขายให้คุณในแต่ละวันกันดูนะคะ

To Do List Application

เริ่มจากการจัดระเบียบชีวิตกันก่อน มันคงไม่ดีแน่ถ้าคุณลืมนัดสำคัญ, ลืมว่าจะต้องสั่งของมาเพิ่มในโกดังในวันสุดท้ายก่อนเรือจะออกจากท่า, ลืมโอนเงิน หรือแม้แต่ลืมวันเกิดแฟนอันเป็นที่เคารพรัก

Application To Do List ที่เด่นๆมีหลายตัว แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุด จะเป็นตัวของ Wunderlist
logo-big

Wunderlist มีข้อดีคือ หน้าตาสวยงามน่าใช้, สามารถจัดหมวดหมู่ประเภทงานที่ต้องทำได้หลากหลายหมู่ แต่ข้อเสียคือ ถ้าต้องการใช้งานร่วมกันหลายๆคนต้องเสียเงินซื้อครับ

อีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ต้องเสียเงิน จะเป็น Application แถมมากับ iOs หรือ Android เช่น Reminders หรือ Google Keep ได้เลย

Photo Application

จริงๆแอดมินอยากจะบอกว่า อย่าเสียเวลากับการแต่งรูปมากนัก  รูปสวยเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็มีการวิจัยมาแล้วว่า คนชอบที่จะเห็นภาพจริงของสินค้า มีสีที่ถูกต้อง มากกว่าภาพที่ผ่านการตัดต่อรูปให้สวยงาม โดยเฉพาะของประเภทเสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้าและเครื่องสำอาง อย่างไรก็ตาม การถ่ายรูปให้ดูสะดุดตา ช่วยเรื่องยอดขายได้พอสมควร รวมถึงช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับตัวสินค้าและร้านค้าได้

fotofuze4

เริ่มจากเวบไซท์ Fotofuze.com เป็นเวบไซท์ที่ช่วยให้เราสามารถทำให้สินค้าเราอยู่บนพื้นหลังสีขาวสวยงาม วิธีการใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร แค่ถ่ายรูปพื้นหลังเรียบๆ แล้วอัพโหลดรูปลงบนเวบไซท์ รูปจะถูกทำเป็นพื้นหลังสีขาวให้เราเอง ไม่ต้องง้อ Photoshop กันเลยทีเดียว สนใจลองเข้าไปชมวิธีการใช้ทาง Youtube ได้เลย

saikam

ส่วนใครที่ต้องการจะพิมพ์ข้อความลงบนรูปภาพ Camera 360 หรือ LINE Camera เป็นทางเลือกยอดนิยมอยู่แล้ว (อย่าเผลอไปใส่ Filter นะจ๊ะ) แต่ถ้าอยากได้ font ไทยสวยๆ เราขอแนะนำ Application ของคนไทย ชื่อว่า ใส่คำ จะมี font ไทยให้เลือกกว่า 100 แบบเลยทีเดียว ลองดูกันได้จ๊ะ

Chat Application

ปัจจุบัน ยอดขายของสินค้าไทย ยังอยู่กับระบบ Chat Commerce เป็นอันดับหนึ่ง ผ่านสาม Application หลักคือ Facebook Messenger, Line, และ Instagram ทั้งสามแห่งนี้เป็นที่ที่พ่อค้าแม่ค้าไม่เล่นไม่ได้ เรียกว่าเป็น ไตรเทพของแชทในปัจจุบัน

fblinein

สามารถเข้าไปดูได้ค่ะ เปิดข้อมูลเด็ด ตลาดออนไลน์ขายดี ทำเงินสูงสุด ปี 2017 นี่คือสามอันดับแรกในการจัดอันดับของเรา

ท่านไม่จำเป็นต้องมีทั้งสามตัว ให้เลือกตามความเหมาะสมของสินค้าของท่านดูนะคะ

Online Banking 

ที่ขาดไม่ได้สำหรับพ่อค้าแม่ค้า คือ Application จากธนาคารต่างๆ ยิ่งมีทางเลือกให้ลูกค้ามาก โอกาสปิดการขายย่อมมากตาม

payment_logo_home

หรือหากจะเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำบริการของ Pay Social โดยการส่ง Link สั้นๆ ผ่านข้อความแชทให้กับลูกค้า ลูกค้าสามารถเลือกชำระเงินออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิต, paypal, alipay  หรือจะเดินไปที่ Counter Service เพื่อชำระเงิน เป็นการเพิ่มช่องทางเลือกให้ลูกค้าอีกทาง

paysocialnew2

Logistic & Delivery

การพัฒนาด้านการขนส่งไม่หยุดยั้ง รู้หรือยังว่า ปัจจุบัน คุณไม่ต้องไปรอต่อแถวเข้าคิวที่ไปรษณีย์ เสียเวลาในการขายของ และต้องรีบไปให้ทันก่อน 14.00 น. อีกต่อไปแล้ว

หากอยู่ในเมืองกรุง มีบริการจากทั้ง Grab และ Lalamove Line Man ในการส่งของผ่านมอเตอร์ไซด์ สะดวกรวดเร็ว วันเดียวถึง ในกรณีที่ของนั้นต้องการด่วน

ขนส่งพัสดุ Siam Outlet สามารถช่วยคุณส่งของ ผ่านบริษัทขนส่งชื่อดังทุกแห่งในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ไปรษณีย์ไทย, Deliveree, Sendit, DHL โดยคุณไม่ต้องเสียเวลาเข้าคิว

คำว่า ไม่รู้จะส่งของยังไง น่าจะหมดไปสำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาว่างแล้วนะคะ

img_4493

Co-Warehousing Space

หนึ่งสิ่งที่ Siam Outlet ภูมิใจคือ การได้เริ่มต้นธุรกิจ Co-Warehousing Space เพื่อช่วยเหลือคุณลูกค้า เรื่องพื้นที่จับเก็บสินค้า และการแพ็คสินค้า เราแบ่งพื้นที่โกดังเก็บสินค้าให้ร้านค้าออนไลน์มาใช้กับเราให้เกิดต้นทุนที่ถูกมากระหว่างร้านค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่เดียวกันตรงนี้ ราคาต่ำสุดแค่เดือนละ 200 บาทเท่านั้นเองค่ะ

นอกจากนี้ยังช่วยลดต้นทุนด้านเวลาให้กับคุณ เรื่องของการแพ็คสินค้าที่ทำให้คุณเสียเวลาเสียโอกาสในชีวิตไปมากมาย บางร้านขายดีจนไม่สามารถแพ็คสินค้าส่งได้ทัน ปัญหาดังกล่าวจะหมดไป ลองเข้ามาเยี่ยมเยียน Siam Outlet โทรหาเรา 0 2683 5846 หรือ  08 1988 6605 เวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ 8:00 – 17:00 น. และ เสาร์ 8:00 – 12:00 น. โกดังของเราอยู่ที่พระรามสามค่ะ