เปิดตำนาน สยาม เอาท์เลต

cover-1วันนี้ สยาม เอาท์เลต อยากจะมาแชร์ที่มาที่ไปสั้นๆว่า ธุรกิจของเรา มีจุดกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ลองอ่านกันดูเล่นๆนะคะ เผื่อใครจะมีแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาประกอบธุรกิจกันนะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า คุณฝน ชญาภัค ในตอนนั้นรับนักศึกษาฝึกงานเข้ามาช่วยงานบริษัทของตัวเอง ระหว่างนั้นอยากจะหาเพื่อนมาให้ความรู้กับน้องนักศึกษา คุณฝน จึงได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อน ซึ่งทำธุรกิจร้านค้าออนไลน์เพื่อที่จะมาพูดคุยให้น้องๆฟัง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

เพื่อนของคุณฝนได้ตอบปฏิเสธในทันที โดยให้คำตอบว่า อยากไปนะ แต่ “ไม่มีเวลา” ลำพังจะต้องตอบคำถามลูกค้า, แพ็กของเอง, แล้วยังต้องขนสินค้าไปต่อคิวส่งที่ไปรษณีย์อีก แถมเพื่อนยังทำงานประจำอยู่ เวลาว่างแทบจะไม่มี

คุณฝนเลยเสนอไปว่า งั้นเอางี้ ให้น้องๆฝนไปช่วยแพ็คของส่งของดีมั๊ย อย่างน้อยจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่น คำตอบยังคงเป็นไม่ได้อีกเช่นเคย เพราะ เพื่อนของคุณฝนเก็บของไว้ในคอนโด “ไม่มีพื้นที่” เพราะสินค้าก็กองอยู่ในห้องนอนเต็มห้อง แค่คนคนเดียวอยู่ลำบากแล้ว

คุณฝน เลยเสนอว่า ถ้าแบบนั้นขนของมาไว้ที่บ้านฝนมั๊ย มีที่ว่าง จะได้เอามาให้น้องช่วยแพ็คได้ แต่ยังคงมีปัญหาอีกว่า เพื่อนกลัวของหายระหว่างทาง และ “ไม่รู้จำนวนสต๊อกสินค้าที่แน่นอน”

สุดท้ายก่อนจะวางสาย เพื่อนของคุณฝนก็ต้องจากไปพร้อมกับคำว่า ต้องไปหาของส่งก่อน ไม่รู้วางไว้ตรงไหนในห้อง “หาของไม่เจอ”

คุณฝน จึงได้ความคิดขึ้นมาทันทีว่า น่าจะมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อีกจำนวนหนึ่งที่ประสบปัญหาเดียวกัน ทำงานประจำไปด้วย ขายของไปด้วย เลิกงานต้องมานั่งคุยกับลูกค้า แพ็กของ ส่งของ ซึ่งเป็นงานที่ยุ่งยากเสียเวลามาก จึงได้ชักชวน คุณปอนด์ ธีรวีร์ มาช่วยในการเขียนโปรแกรมบริหารการเก็บแพ็กและส่งสินค้า บวกกับการได้พูดคุยกับ ร้านค้าออนไลน์ “สมหมายขายกางเกง” ของคุณน็อต ชนะชัย ทำให้เกิดมาเป็นกิจการ สยาม เอาท์เลต จนถึงทุกวันนี้

สยาม เอาท์เลต เก็บ แพ็ค ส่งของคือเรื่องของเรา
ทำได้ เราทำแทนคุณได้

ตรุษจีน เทศกาลเงินสะพัด ขายก่อนรวยก่อน

cover-1

ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดใช้ สุขสันต์วันปีใหม่ พี่น้องพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ประเภณีตรุษจีนจะมีขนบธรรมเนียมที่เราพอทราบกันมาอยู่บ้าง แต่ถ้าจะมาลองเจาะลึกดู เราจะทราบว่าทุกปีมีของอะไรน่าขายและขายดีบ้าง ยิงโปรโมทช่วงนี้รับรองปังแน่นอน และจะมีของบางประเภทที่เป็นข้อห้ามอยู่ อันนี้ก็ควรเก็บเงินค่าโฆษณาเอาไว้ก่อน เพราะคนจีนจะเลี่ยงไปซื้อของเหล่านั้นช่วงอื่นๆแทน ของขายดีมีอะไรบ้าง มาติดตามกันเลย

เสื้อผ้าสีสดใส ตามประเภณีจีนจะมีธรรมเนียมอย่างหนึ่งคือ จะต้องใส่เสื้อผ้าใหม่ที่มีสีสดใส ที่นิยมมากที่สุดคือ สีแดง และสีทอง ซึ่งเป็นสีอันเป็นมงคล เพื่อเอาเคล็ดให้ชีวิตสดใสราบรื่นไปตลอดปี จะไม่ใส่สีโมโนโทนกันเป็นอันขาด เพราะถือเป็นสีแห่งความเศร้าโศกไว้ทุกข์

กี่เพ้า หนึ่งในชุดที่สาวๆใส่แล้ว ดีต่อใจ ชายไทยมากที่สุด กี่เพ้าเป็นหนึ่งในชุดยอดนิยมและขายดีมากในช่วงตรุษจีน เพราะสาวๆต่างชอบที่จะถ่ายรูปสวมชุดกี่เพ้าลง Facebook, Instagram กันอยู่แล้ว พอมาถึงเทศกาลตรุษจีนยิ่งเหมือนเป็นการกระตุ้นให้สาวๆซื้อหามาเป็นเจ้าของกันมาขึ้น แต่ที่สำคัญต้องเป็นกี่เพ้าสีแดงหรือทองนะ ถ้าเป็นสีดำหรือขาว เก็บไว้ขายช่วงอื่นจะดีกว่า

คำอวยพรปีใหม่ หรือ ตุ๊ยเลี้ยง คือคำอวยพรที่เขียนด้วยหมึกดำหรือทองบนกระดาษแดง สำหรับมอบให้คนที่คุณเคารพรักนับถือ ชาวจีนมักนำไปติดที่ประตูบ้าน ท่านสามารถหาซื้อไปขายได้ด้วย

อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน อ้าว ไหนว่าวันตรุษจีนห้ามปัดกวาดเช็ดถูไม่ใช่เหรอ จริงๆแล้วก่อนจะถึงเทศกาลตรุษจีน ชาวจีนจะทำการ Big Cleaning บ้านและสำนักงานตัวเองเป็นการใหญ่ หลังจากนั้นช่วงเทศกาลจะไม่มีการปัดกวาดใดๆเลย ใครบอกอุปกรณ์ทำความสะอาดขายไม่ดี อันนี้พลาดอย่างแรงค่ะ

ชุดของขวัญส้ม เป็นของมงคลที่คนจีนนิยมมอบให้ผู้ใหญ่ คุณสามารถใช้จินตนาการในการตกแต่งกระเช้าหรือกล่องหรือถุงของคุณแล้วใส่ส้มลงไปสองสามลูก กระเช้าส้มสวยๆขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในวันตรุษจีนเลยนะคะ

ซองใส่เงินสีแดง อั่งเปาและแต๊ะเอีย เป็นของที่คนอยากได้ที่สุดเสมอ ตามประเภณีนิยมจะมอบโดยใส่เงินไว้ในซองสีแดง ซึ่งช่วงนี้จะขายดีเป็นพิเศษ (แอดมินก็รออั่งเปาจากเจ้านายอยู่นะคะ ^ ^)

สำหรับของที่ต้องอยุ่เงียบๆ ไม่โฆษณามาก จะเป็นของที่มีสีดำหรือขาวเป็นหลัก คนจีนจะไม่มอบของสีเหล่านี้ให้กันในช่วงดังกล่าวเลยหากไม่จำเป็น

รู้แล้วอย่างนี้ พ่อค้าแม่ค้ารีบไปหาของมาขายกันได้เลยค่ะ

กลยุทธ์ธุรกิจ กับ อ.ธันยวัชร์ – คุณชญาภัค สหัชอดิเรกลาภ ผู้ก่อตั้ง SIAM OUTLET 26 ธ.ค. 59

10 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด กับการทำธุรกิจขายของออนไลน์

cover-1

ในช่วงที่ธุรกิจขายของออนไลน์กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ด้วยเม็ดเงินที่เติบโตทุกวันทำให้ตลาดออนไลน์ดึงดูดใจให้ทั้งองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ และบุคคลทั่วไปที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เดินเข้ามาสู่โลกออนไลน์ โดยยังมีความเชื่อบางอย่างที่มักจะเข้าใจผิดอยู่มาก สยาม เอาท์เลต รวบรวมความเชื่อต่างๆ ที่มันอาจจะไม่ถูกต้องนักมาให้คุณแล้วค่ะ

โลกออนไลน์จะขายของอะไรก็ขายได้

เรื่องแรกที่คนมักจะเข้าใจผิดไปมากๆคือ โลกออนไลน์จะขายอะไรก็ได้ ไม่จิ้มฟันยันเรือรบ อันที่จริงแล้ว มีของหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถขายผ่านออนไลน์ได้ เริ่มตั้งแต่ สิ่งผิดกฏหมาย เช่น อาวุธปืน, ยาเสพติด โดนจับติดคุกกันไปหลายรายแล้ว นอกจากนี้ยังมีของบางอย่างที่ต้องได้รับอนุญาตในการขาย (ซึ่งยังไม่เคยมีใครได้รับอนุญาต) เช่น ยารักษาโรค รวมไปถึงของที่หมิ่นเหม่ศีลธรรม อันนี้ก็ขายไม่ได้เช่นกันนะคะ อาจจะไม่มีใครมาจับ แต่คงไม่คุ้มกับชื่อเสียงที่เสียไป

ขายของออนไลน์ไม่ต้องลงทุน

เรามักจะเห็นแบนเนอร์โฆษณาอบรมบ่อยๆ “ขายของออนไลน์ ทำได้เลย ไม่มีต้นทุน” เราอยากจะบอกว่า อย่าไปเชื่อนะคะ สุดท้ายแล้ว ถึงแม้จะมีธุรกิจ Drop Ship ที่เราสามารถนำของนั้นๆมาขายได้เลย โดยไม่ต้องสต๊อกสินค้าก่อน แถมไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ เปิดร้านใน Social Network ก็แทบจะฟรีทุกอย่าง จริงอยู่ที่อาจจะใช้เงินทุนน้อยกว่าการเปิดร้านค้าในโลกแห่งความเป็นจริง แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องเสียแน่นอน โดยเฉพาะให้กับ Facebook และ Google คือ ค่าโฆษณา ซึ่งถ้าคุณไม่ศึกษาเรื่องการยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และการทำ SEO ให้ดีแล้ว คุณจะผลาญเงินทุนที่มีอยู่หมดไปโดยไม่รู้ตัว

ใช้เวลาว่างก็ได้มาขายของ

เรื่องหนึ่งที่มักจะมีคนมาบ่นกับ สยาม เอาท์เลต บ่อยๆคือ ไม่มีเวลาบริหารหลังร้าน และนี่คือสิ่งที่คนมักจะไม่คิดมาก่อน ก่อนจะเปิดร้าน คือในวันนึงที่ร้านขายดีมากๆ คุณจะเอาเวลาจากไหนมา สั่งของ แพ็คของ ส่งของ โดยเฉพาะกับ คนที่ทำงานประจำ มนุษย์เงินเดือน ที่ยังต้องตอกบัตรเข้างานตอนเช้า เป็นปัญหาเอามากๆ การขายของออนไลน์ต้องอาศัยเวลาในการโฟกัสในการทำงานพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องยากมากสำหรับพนักงานประจำ ใครคิดจะก้าวมาตรงนี้ บริหารเวลาดีๆ ทำความเข้าใจกับคนรักด้วยนะคะ ถ้ามีปัญหามากๆ สยาม เอาท์เลต พร้อมเป็นตัวช่วย ณ จุดนี้ค่ะ

การตลาดออนไลน์ได้ผลทันทีและมียอดขาย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้บริหารองค์กรใหญ่ๆเข้าใจผิดที่สุด การตลาดออนไลน์ในบางกรณี เป็นเครื่องมือการตลาดทางอ้อมเท่านั้น โดยเฉพาะกับสินค้ามูลค่าสูงๆ หรือสินค้าที่ลูกค้าต้องมาทดลอง หรือเห็นสภาพของด้วยตนเองก่อน คงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมนักหากเอายอดขายออนไลน์มาวัดว่าการตลาดออนไลน์ได้ผลหรือเปล่า บางครั้งร้านค้าอีคอมเมิร์ซทำหน้าที่เป็นแคตตาล๊อกเพื่อให้ลูกค้าเห็นสินค้า และอยากจะทดลองเท่านั้น อีกเรื่องที่ผู้บริหารมักจะเข้าใจคือ การตลาดออนไลน์ไม่ใช่เรื่องที่จำยิงโฆษณากันวันสองวันเห็นผลโดยเฉพาะกับการทำ SEO ด้วยแล้ว บางครั้งใช้เวลาเป็นปี จึงจะประสบความสำเร็จ

ยอด Like คือดีงาม

ทุกวันนี้ หากยังมีใครมาขายยอด Like กับคุณอยู่ ให้ปิดการประชุมและหาคนอื่นมาทำทันที เพราะยอด Like ไม่ได้ช่วยให้ยอดขายของคุณดีขึ้น การยิงโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายต่างหากคือหนทางแห่งความสำเร็จในโลกออนไลน์แห่งนี้ ทำให้คนที่อยากได้กางเกงเห็นกางเกงที่คุณขายทันทีที่เขาเอื้อมมือไปพิมพ์คีย์บอร์ด ทำให้คนเห็นครีมของคุณทันทีที่เขากดคำว่าครีมใน Google คนที่กด Like อาจจะแค่ชอบในสินค้าหรือโฆษณาของคุณ แต่สุดท้ายตัดสินกันว่า สินค้าของคุณเป็นที่พบเห็นในโลกออนไลน์ถูกที่ถูกเวลาและถูกคนหรือเปล่า

ไม่ต้องทำ Brand ก็ขายได้

เรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของการขายของออนไลน์คือ การสร้างความน่าเชื่อถือ ร้านค้าที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง สุดท้ายแม้สินค้าจะแพงกว่าเล็กน้อย แต่คนจะเลือกร้านที่ดูดีน่าเชื่อถือกว่าเสมอ ด้วยภาพลักษณ์จะทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจที่จะรอรับสินค้า จะดีกว่าหากคุณเสียเวลาซักนิด สร้างแบรนด์ง่ายๆของร้านขึ้นมา ตัวสินค้าเขาอาจจะขายแบบคุณได้ แต่รับรองว่าไม่มีอะไรมาแทนแบรนด์ของคุณได้แน่นอน

ขายของออนไลน์ไม่ต้องเสียภาษี

เราขอแนะนำให้คุณไปขึ้นทะเบียนร้านค้ากับหน่วยงานภาครัฐ และเสียภาษีอันน้อยนิดให้กับประเทศนะคะ (ลองคุยกับสรรพากรดูค่ะ) ไม่มีใครอยากเสียภาษี แต่เป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ทุกท่านที่จะต้องเสียภาษี และมันคงไม่ดีแน่หากสรรพากรตามมาพบเจอว่าท่านขายของได้กำไรเป็นหลักแสนหลักล้าน ไปเที่ยวยุโรป แต่ไม่เสียภาษีซักบาท มีคนเคยโดนปรับจนหมดตัวมาแล้ว เสียน้อยเสียมาก เสียยากเสียง่ายนะคะ ด้วยความเป็นห่วงจาก สยาม เอาท์เลตจริงๆค่ะ

ขายของออนไลน์ต้อ’เสียเงินอบรม

มีการเปิดคอร์สเสียเงินเสียทองกันเป็นจำนวนมากเพื่อไปนั่งฟัง คนที่ขายอะไรมาซักอย่างว่าเขาทำอย่างไรแล้วประสบความสำเร็จ ตรงนี้เราไม่ขอไปลบหลู่ท่านที่เปิดคอร์สสอนนะคะ แต่ทุกวันนี้ ภาครัฐ ภาคเอกชน มีงานอบรมการขายของออนไลน์ที่จัดขึ้นให้เข้าฟังฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายอยู่เป็นจำนวนมาก เนื้อหาจริงๆไม่ได้ต่างกันมาก และสุดท้ายแล้ว เคล็ดลับต่างๆอาจได้ผลกับคนบางคน แต่ไม่ได้ผลกับคนอีกหลายๆคน เราแนะนำว่า คุณลองผิดลองถูกด้วยตัวเองไปก่อนก็ได้ค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรจริงๆ สยาม เอาท์เลตยินดีให้คำแนะนำนะคะ

ยึดติดกับช่องทางการขายเดียวก็พอแล้ว

ในวันนี้หากพูดถึงช่องทางการขาย ถ้าไม่ผ่าน Chat Commerce เช่น Facebook หรือ Instagram เราอาจจะพูดถึง Marketplace อย่าง Lazada หรือ Weloveshopping โลกปัจจุบัน แม้แต่ภูเขาน้ำแข็งยังละลายได้ ไม่มีอะไรแน่นอนค่ะ วันนี้คุณอาจจะขายของได้เยอะในช่องทางหนึ่ง เพียงชั่วข้ามปี สิ่งนั้นอาจเป็นอดีตไปได้ สิ่งใหม่ๆเข้ามาตลอด นอกจากตั้งหน้าตั้งตาขายของ จะต้องคอยมองดูสิ่งแวดล้อมรอบข้างไว้ด้วยว่า มีเทคโนโลยีอะไรเข้ามาใหม่ๆ มีเรื่องไหนเข้ามาทำให้ร้านของคุณได้รับผลกระทบหรือไม่ คุณต้องขยับตัวปรับตัวให้เร็ว ไม่เช่นนั้นลำบากมากค่ะ

เก็บของ แพ็คของ ส่งของเอง ประหยัดต้นทุนกว่า

พูดไปเดี๋ยวจะหาว่าโฆษณา แต่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่มาใช้บริการ สยาม เอาท์เลต 100% พูดตรงกันว่า ชีวิตของเขาและเธอดีขึ้นมากรวมถึงมีเวลาไปทำยอดขายให้โตขึ้นอีกต่างหาก แน่นอนว่า การเก็บของเองไว้ที่บ้าน, แพ็คของเองที่บ้าน แล้วเดินไปส่งของเองที่ไปรษณีย์ วัดกันเป็นตัวเงินจริงๆ แบบว่าคุณไม่ได้ไปจ้างใครอาจจะดูแล้วประหยัดกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่เสียไปและคุณไม่สามารถซื้อได้คือเรื่องของเวลา การมีระบบหลังบ้านที่ดีคอยช่วยเหลือคุณ รู้สต๊อกสินค้าโดยไม่ต้องคุ้ยกองของตัวเองที่สุมอยู่ที่บ้าน, เวลาแพ็คของที่คุณอาจจะเสียไปจนคุยเรื่องละครกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง, การเดินทางฝ่ารถติด และต้องไปเข้าคิวที่ไปรษณีย์ ไม่ใช่เรื่องสนุก เอาเวลาไปสร้างแบรนด์ และขายของพูดคุยกับลูกค้า คุณจะได้เงินมากกว่าเงินและเวลาที่หายไปแน่นอน

เข้าใจตรงกันแล้ว ตอนนี้ได้เวลาไปขายของ แล้วปล่อยให้เรื่องหลังบ้านเป็นหน้าที่เราแล้วค่ะ

[LM] Siam Outlet ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แก่ธุรกิจ Chat Commerce แบบครบวงจร

file-1-11-2560-be-9-45-13-am

Siam Outlet ผู้ให้บริการโลจิสติกส์แก่ธุรกิจ Chat Commerce แบบครบวงจร

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Chat Commerce ถือว่าเป็นการวิวัฒนาการมาจากพฤติกรรมของคนไทย ที่ไม่เชื่อมั่นในระบบการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทั่วไป เนื่องจากผู้บริโภคมักมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ แต่ไม่สามารถสอบถามหรือพูดคุยกับผู้ประกอบการได้โดยตรง ดังนั้น การสั่งซื้อสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม จนทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้บริการ และได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง

จากการเติบโตของธุรกิจ Chat Commerce ที่เพิ่มมากขึ้น โดยผลสำรวจของ PricewaterhouseCoopersระบุว่า 51 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ซื้อสินค้าบนอินเตอร์เน็ต เคยซื้อของโดยตรงใน Facebook, Instagram และ LINE หากเทียบมูลค่าตลาดแล้ว มูลค่าตลาดของ Chat Commerce ในไทยสูงถึงปีละกว่าแสนล้านบาท จนเป็นผลต่อยอดให้เกิดธุรกิจ ใหม่ที่ช่วยบริหารจัดการสินค้าของผู้ประกอบการให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยนิตยสาร LM ฉบับนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณชญาภัค สหัชอติเรกลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Siam Outlet เกี่ยวกับการให้บริการด้านโลจิสติกส์แก่ผู้ประกอบธุรกิจ Chat Commerce แบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บ ตลอดจนขนส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างปลอดภัย

Linking the Analog and Digital Sides of e-Commerce

คุณชญาภัค ได้อธิบายถึงความเป็นมาของธุรกิจนี้ว่า “เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจ Chat Commerce ส่วนใหญ่ มองหาวิธีการดำเนินธุรกิจแบบประหยัดต้นทุน ด้วยการบริหารจัดการสินค้าในที่พักอาศัย ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด รวมไปถึงการบรรจุภัณฑ์ และทำการขนส่งสินค้าเพียงคนเดียว ดังนั้น ทางเราจึงได้จัดตั้งบริษัท Siam Outlet ขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น”

“บริษัทฯ ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ Chat Commerce ด้วยการเป็นผู้บริหารจัดการสินค้าคงคลัง ตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้า สินค้า บรรจุภัณฑ์ และขนส่งสินค้า โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้ตรวจสอบยอดจำหน่าย และยอดสินค้าคงเหลือ ให้แก่ผู้ประกอบการอย่างครบถ้วนและแม่นยำ ผ่านระบบปฏิบัติการ ของ Siam Outlet ที่จะคอยอัพเดต จำนวนสินค้าแบบเรียลไทม์ โดยจุดเด่นของระบบนี้ คือ สามารถตรวจสอบจำนวนสินค้า เมื่อมีการสั่งซื้อ สินค้าผ่านสังคมออนไลน์ อีกทั้ง ระบบยังเชื่อมต่อกับเว็บไซต์สื่อกลางการติดต่อซื้อ-ขาย (Marketplace) ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขายสินค้าผ่าน หลายช่องทางได้ในเวลาเดียวกัน โดยบริหารสินค้าคงคลังจากระบบของเราเพียงที่เดียว”

ทั้งนี้ บริษัท Siam Outlet เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2015 โดยให้บริการคลัง จัดเก็บสินค้าขนาดพื้นที่ 100 ตารางเมตร ในการจัดเก็บสินค้า บรรจุภัณฑ์ และขนส่งสินค้า จนปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการพัฒนาบริการต่างๆ ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ตั้งแต่การบริหารจัดส่งสินค้ามายังประเทศไทย การดำเนินพิธีศุลกากร การตรวสอบ สภาพสินค้า ตลอดจนถึงการขนส่งสินค้าให้ถึงมือผู้รับปลายทาง

Finding the Formula for Success

หัวใจสำคัญในการให้บริการของ Siam Outlet คือ ความถูกต้อง และแม่นยำ เพราะถ้าหากเกิดความผิดพลาดจากการบริหารจัดการ ก็จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ในด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งส่งผลกระทบถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงของผู้ประกอบการและบริษัทฯ อีกด้วย

“นโยบายหลักของบริษัทฯ คือ ความผิดพลาดต้องเป็นศูนย์ ดังนั้น เราจึงต้องตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกชิ้นว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก่อนบรรจุภัณฑ์ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้งผู้รับและผู้ส่ง”

จากที่กล่าวข้างต้น การให้บริการที่ถูกต้องและแม่นยำนั้น ต้องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ โดยบุคลากรของบริษัทฯ ต้องได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี เพื่อรองรับความต้อง การของลูกค้าในด้านต่างๆ ทั้งด้านการประสานงาน ด้วยความรวดเร็ว สุภาพ เอาใจใส่ (Nice) การดูแล สินค้าให้คงสภาพที่สมบูรณ์ ตลอดจนถึงขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์ให้แข็งแรงและปลอดภัย ผสมผสาน กับเทคโนโลยี IT (Intelligence) เฉพาะตัว เพื่อผลักดันให้เกิดความแม่นยำ (Precise) หรือความผิดพลาดในการขนส่งเป็นศูนย์

Exponential Growth

ถึงแม้ว่ากลุ่มลูกค้าของ Siam Outlet จะเป็นผู้ประกอบธุรกิจ Chat Commerce เป็นหลักก็ตาม แต่ปัจจุบันบริษัทฯ ได้มีการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยได้ให้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่จากต่างประเทศ ที่เข้ามาทำตลาดออนไลน์ในเมืองไทย

“บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ารายได้ในปี 2017 เป็นมูลค่า 80 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท ในปี 2018 โดยส่วนแบ่งรายได้หลักมาจากธุรกิจ Chat Commerce 60 เปอร์เซ็นต์ และธุรกิจรายใหญ่ 20 เปอร์เซ็นต์ และโครงการต่างๆ อีก 20 เปอร์เซ็นต์ บริษัทมีอัตราการเติบโตกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้ในขณะนี้ ได้มีนักลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาเจรจาธุรกิจกับบริษัทฯ บ้างแล้ว ซึ่งคาดว่าในอนาคต บริษัทฯ อาจมีการขยายธุรกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น” คุณชญาภัค กล่าว

ปัจจุบัน บริษัท Siam Outlet ได้มีการพัฒนาบริการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมที่มีอยู่ให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น “บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการจุดรับส่งสินค้า (Drive Thru Parcel Shop) โดยผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าที่บรรจุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว มาฝากให้เราดำเนินการขนส่งไปยังปลายทางต่างๆ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการขนส่ง ซึ่งบริษัทฯ ได้วางแผนพัฒนาจุดให้บริการดังกล่าว 100 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2018” คุณชญาภัค กล่าว “นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เปิดให้บริการคลังสินค้าในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการนำสินค้าไปจัดจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย”

ด้วยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ จากการเป็นผู้บริหารจัดการโครงการต่างๆ ที่คุณชญาภัคมี รวมไปถึงการฝึกอบรมบุคลากรให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า สิ่งเหล่านี้ ล้วนแสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพของบริษัท Siam Outlet ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ ได้มีการวางแผนการดำเนินการให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น เพื่อให้ธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตได้อย่างมั่นคง

PANTHITA PHENSAWANG

ที่มา: LM Magazine